<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767</id><updated>2011-11-27T05:24:51.236+07:00</updated><category term='การเลือกคู่ครอง'/><title type='text'>เพื่อน ความรัก ความเหงา ข้อคิดและบทเรียนดีๆ</title><subtitle type='html'>เราเป็นเพื่อนยามเหงา เราจะทำให้คุณรู้จักตัวเอง เราจะสร้างความรู้สึกดีๆให้แก่ชีวิตคุณ บทความบล็อกนี้จะเขียนเพื่อเป็นเพื่อนแก้เหงา สอนการเลือกคู่ครองและแนะนำบทเรียนดีดี</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>31</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-2433446878454390112</id><published>2011-06-13T08:39:00.002+07:00</published><updated>2011-06-15T07:09:45.214+07:00</updated><title type='text'>บล็อก เพื่อนความรัก ความเหงา ย้ายไปที่www.james7.infoแล้วครับ</title><content type='html'>&lt;span style="font-size: medium;"&gt;ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ พี่น้องทุกท่าน ที่ติดตามทุกบล็อกของ  ผม ซึ่งมี 4 บล็อกและ 1 เวปไซด์ ช่วงหลังผมต้องเดินทาง และสอนทาง  ทางสถานีวิทยุออนไลน์ &lt;br /&gt;http://www.radio.riverministry.net/&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมจึงอยากรวมทุกบล็อกมาไว้ในเวปอันเดียว&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงได้ย้าย บทความทุกบล็อกไปไว้ใน เวปไซด์ http://www.james7.info/&lt;br /&gt;จะประกอบไปด้วย เนื้อหาจากเวปทุกหมวด คือ จากหมวดการเยียวยา หมวด  การเป็นผู้นำ&amp;nbsp; หมวด การคบเพื่อน เลือกคู่ครอง หมวด พระวิญฯ  ความสนิทสนมกับพระเจ้า พร้อมทั้ง การฉายวีดีโอ ออนไลน์ ภาพยนต์ และ  คำสอนต่างๆของ อาจารย์ เจริญครับ&lt;br /&gt;พระเจ้าอวยพรทุกท่าน &lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-2433446878454390112?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://www.james7.info/' title='บล็อก เพื่อนความรัก ความเหงา ย้ายไปที่www.james7.infoแล้วครับ'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/2433446878454390112/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=2433446878454390112&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/2433446878454390112'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/2433446878454390112'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2011/06/wwwjames7info.html' title='บล็อก เพื่อนความรัก ความเหงา ย้ายไปที่www.james7.infoแล้วครับ'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-6745167581560948632</id><published>2011-02-28T23:30:00.000+07:00</published><updated>2011-02-28T23:30:10.979+07:00</updated><title type='text'>อย่าปล่อยให้เงา.....มีชีวิต</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://lh3.googleusercontent.com/-i66K1iHGeNI/TWvJjKjfHDI/AAAAAAAAALM/wegX550oHwY/s1600/shadow.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="320" src="https://lh3.googleusercontent.com/-i66K1iHGeNI/TWvJjKjfHDI/AAAAAAAAALM/wegX550oHwY/s320/shadow.jpg" width="218" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;m:smallfrac m:val="off"&gt;    &lt;m:dispdef&gt;    &lt;m:lmargin m:val="0"&gt;    &lt;m:rmargin m:val="0"&gt;    &lt;m:defjc m:val="centerGroup"&gt;    &lt;m:wrapindent m:val="1440"&gt;    &lt;m:intlim m:val="subSup"&gt;    &lt;m:narylim m:val="undOvr"&gt;   &lt;/m:narylim&gt;&lt;/m:intlim&gt; &lt;/m:wrapindent&gt;  &lt;/m:defjc&gt;&lt;/m:rmargin&gt;&lt;/m:lmargin&gt;&lt;/m:dispdef&gt;&lt;/m:smallfrac&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-indent: 0.5in;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;ในวันอาทิตย์ที่ฝนตกหนัก ตอนกำลังจะไปโบสถ์ ความท้อและความขี้เกียจก็สนับสนุนความรู้สึกให้เข้าข้างตัวเอง "ไม่ต้องไปหรอก มันไม่มีอะไร" กลับมีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น "ไม่ได้นะ!!! ต้องไป วันนี้พระเจ้าจะตรัสด้วย" หัวใจของความเป็นคริสเตียนถูกกระตุ้นขึ้นและ การตอบสนองเสียงนั้นก็มาถึง "ไปก็ไป" บรรยากาศโบสถ์ในวันนี้เหมือนเดิมทุกประการ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การนมัสการที่เย็นชา การอธิษฐานอย่างไม่มีใจคาดหวังเหมือนมาเป็นหน้าที่และช่างเหมือน&amp;nbsp; ซอมบี้ที่สุด &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-indent: 0.5in;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;แต่สิ่งที่ต่างไปก็คือ ชายผู้หนึ่งในเสื้อฟิตๆยืนจัดหนังสือเพื่อที่จะเอามาขาย จะว่าไปเค้าแต่งตัวไม่เหมือนคริสเตียนในโบสถ์เลยด้วยซ้ำ ไม่มีใครรู้ว่าชายคนนี้เป็นใคร จนกระทั่งเทศนา เค้าขึ้นไปยืนบนเวที จับไมค์ เซย์ฮัลโหลกับทุกคน สิ่งที่พูด.....เหมือนไม่ใช่คำเทศน์แต่มีฤทธิ์เดชมากมาย คำพูดง่ายๆที่ออกจากปาก เต็มไปด้วยการเจิมของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่เปลี่ยนใจคนให้กลับใจ การนมัสการและวิธีการอธิษฐานก็ได้เปลี่ยนไปเพียงช่วงไม่กี่นาที&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องราวชีวิตของชายผู้นี้ได้ถูกเปิดเผยหลังจากนั้น &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-indent: 0.5in;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;เค้าเริ่มบทสนทนานึงที่ทำให้ทุกคนต้องตั้งใจฟัง นั่นคือ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt; “&lt;span lang="TH"&gt;ผมเป็นเกย์ครับ&lt;/span&gt;” &lt;span lang="TH"&gt;คนใน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คริสตจักรมองผู้ชายคนนั้นอย่างงงๆ "ถ้าคุณเป็นเกย์แล้วมาจับไมค์เทศน์ทำไม นี่ไม่ใช่คริสตจักรเกย์นะ" แต่เค้ากลับยิ้มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและตอบว่า &lt;/span&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;แต่พระเจ้ารักผม&lt;/span&gt;…&lt;span lang="TH"&gt;และ&amp;nbsp; พระเจ้าเปลี่ยนผมได้&lt;/span&gt;” &lt;span lang="TH"&gt;เค้าเล่าว่า&lt;/span&gt;…&lt;span lang="TH"&gt;เค้าเกิดในครอบครัวที่มีฐานะ ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย เริ่มเสพย์ยา ติดการมีเพศสัมพันธ์กับชายหลายคนและเลิกไม่ได้ จนพ่อของเค้าทนไม่ไหวและไล่ออกจากบ้าน เค้าจำเป็นที่จะต้องหาเงินสำหรับใช้จ่ายและซื้อเฮโรอีน จึงเลือกทำธุรกิจบางอย่างเพื่อให้ได้เงินมา ธุรกิจง่ายๆนั้นคือ การค้าผู้หญิง เค้าส่งผู้หญิงขายไปเป็นโสเภณี ซึ่งมันสามารถทำเงินให้เค้ามากมาย สามารถใช้ชีวิตเสเพลในเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน จนวันนึงเสียงเรียกของพระเจ้าสำหรับคนเลวอย่างเค้าก็มาถึง ผ่านมิชชันนารีที่ประกาศกับกลุ่มโสเภณี ขอบคุณพระเจ้าที่นำความรอดไปถึงคนกลุ่มนี้รวมทั้งตัวเค้าด้วย&lt;/span&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-indent: 0.5in;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;หลายครั้งเราไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการประกาศ คิดว่าพระเจ้าทำการ เราไม่ได้มีหน้าที่ทำให้ต้นไม้โต แต่เราต้องหว่าน พระเจ้าสอนเราให้รักสวนองุ่นที่พระองค์เลี้ยง พระเจ้าสอนเราในการหว่านและเก็บเกี่ยว ผู้ชายคนนี้ก็เช่นกัน เค้ารับพระคัมภีร์ที่แจกฟรีมา พระเจ้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดลใจให้เค้าเปิดมันอ่านและสัมผัสใจทำให้เค้าอยากค้นหาความจริง เค้ายังเล่าอีกว่าพระเจ้าเปลี่ยนเค้าและความคิดเค้าในทุกทาง อีกทั้งท้าทายใจเค้าให้ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องง่ายและยากในชีวิต จนไม่มีซักเรื่องที่ให้พระเจ้าไม่ได้ เมื่อเค้ารับความรักจากพระเจ้าและรู้ว่าตัวเองเป็นคนบาปและมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รักเค้าทั้งๆที่เค้าเป็นแบบนี้ พระองค์เปลี่ยนเค้าจนมาถึงเรื่องที่ยากที่สุดคือ ให้หายจากการรักร่วมเพศ เราซึ่งเป็นผู้ฟังก็ตั้งคำถามกับเค้าเหมือนกันว่า ถ้าเรามีเพื่อนหรือญาติที่เป็นแบบเค้าเราจะช่วยยังไง คำตอบคือ "ล้มกี่ครั้งก็ต้องลุกครับ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-indent: 0.5in;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;เค้าถามว่าเวลาคุณทำผิดซ้ำๆเรื่องเดิมๆเคยนับมั้ยว่าผิดไปกี่ครั้ง แล้วคิดจะสู้กับมันจริงๆมั้ย เค้าตอบว่าผมล้มอยู่ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;80 &lt;span lang="TH"&gt;ครั้งและชนะด้วยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลัง พระเจ้าไม่เคยซ้ำเติมในการล้ม แต่เอื้อมพระหัตถ์ออกช่วยทุกครั้งที่ผมล้ม &amp;nbsp;พระเจ้าดูที่ใจและการตัดสินใจวินาทีต่อวินาที แน่นอนเรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลา แต่พระองค์ก็ไม่เคยทบความผิดบาปของเราและไม่ดูด้วยว่าอดีตของเราเป็นอย่างไร อดีตที่ว่าไม่ใช่ปีที่แล้วแต่มันคือวินาทีที่แล้ว ที่สำคัญคือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระเจ้าให้อภัยคุณแต่หลายครั้งคุณนั่นแหละที่ปรักปรำและไม่ให้อภัยตัวเอง&lt;/span&gt;” &lt;span lang="TH"&gt;เค้ายังเล่าอีกว่า&amp;nbsp; ทุกวันนี้เค้าแต่งงาน มีภรรยาแสนดีที่รับเค้าได้แม้เค้าเป็นแบบนี้และมีลูกสาวที่น่ารักอีกสองคน ตัวเค้าณ. เวลานี้เป็นศิษยาภิบาลในคริสตจักรแห่งหนึ่งในเมลเบิร์น โดยทำพันธกิจเพื่อช่วยเหลือกลุ่มรักร่วมเพศให้กลับใจ รวมทั้งจัดตั้งกลุ่มมิชชันนารีเพื่อการประกาศข่าวประเสริฐไปยังกลุ่มผู้ติดยาเสพย์ติดและโสเภณี&lt;/span&gt;&amp;nbsp;&lt;span lang="TH"&gt;หลังการเทศนาจบลง มีการนมัสการขึ้นอีกครั้งด้วยความร้อนรนของผู้เทศน์และการกลับใจแสวงหาพระเจ้าของสมาชิกคริสตจักรที่ได้รับการแตะต้องใจ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-indent: 0.5in;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;ภาพของผู้ชายคนนึงเดินในที่มืดแต่หันหน้าเข้าหาความสว่างและเค้าก็เริ่มเข้าสู่ทางที่แสงจ้า ในขณะที่เค้าเดินอยู่ในความมืด เงาของเค้าไม่ปรากฏให้เห็น แต่พอเค้าเดินไปในที่ที่มีแสงสว่างมากเท่าไหร่ เงาของเค้ายิ่งชัดขึ้น เช่นเดียวกัน เวลาที่เราเดินอยู่ในความบาป เราจะมองไม่เห็นความผิดในอดีตของตัวเอง แต่เมื่อเราเดินหาพระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทำให้เรารู้ว่าอะไรผิด อะไรถูก และเห็นอดีตของตัวเองชัดขึ้น และชัดขึ้น เห็นความบาปที่เราทำชัดขึ้นเมื่อเราเข้าใกล้พระเจ้ามากขึ้น แต่เมื่อเราล้มลงในความบาป ล้มลงในเรื่องเดิมที่เกิดขึ้นในอดีต เราสามารถลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งโดยที่เงาไม่ได้ฉุดเราไว้และเงาไม่เคยฉุดเราได้ ถ้าไม่ใช่เราเองที่ตัดสินใจนั่งลงและบอกตัวเองว่าชั้นไม่เอาแล้ว ชั้นลุกไม่ไหว&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;เงาไม่ได้มีชีวิต อดีตของเราเป็นแค่เรื่องราวที่อยู่ในความคิดที่เราจำได้ อย่าให้อดีตที่เราเคยพลาดมาเป็นตัวฉุดรั้งทำให้เราไม่สามารถเดินต่อไปได้ อย่าปล่อยให้พระหัตถ์พระเจ้าที่เอื้อมมาถึงเราเพื่อฉุดเราเสียเปล่า พระองค์ยังคงเฝ้ารอและฉุดเราขึ้นเสมอเมื่อเราล้มลง&lt;/span&gt;”&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;โดย ครูแพรว&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;ขอขอบคุณ ภาพจาก &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=song2u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=1&amp;amp;gblog=92"&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=song2u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=1&amp;amp;gblog=92&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size: 14pt;"&gt;﻿&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-6745167581560948632?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/6745167581560948632/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=6745167581560948632&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/6745167581560948632'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/6745167581560948632'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2011/02/blog-post_28.html' title='อย่าปล่อยให้เงา.....มีชีวิต'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='https://lh3.googleusercontent.com/-i66K1iHGeNI/TWvJjKjfHDI/AAAAAAAAALM/wegX550oHwY/s72-c/shadow.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-5154271230958439545</id><published>2011-02-20T00:10:00.000+07:00</published><updated>2011-02-20T00:10:48.232+07:00</updated><title type='text'>เล็กน้อย แต่ ไม่เล็กน้อย</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-Tcx8i0jpuYE/TV_1oXmZ3xI/AAAAAAAAAK0/KkQyX3AucWs/s1600/index.jpg" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="239" src="http://1.bp.blogspot.com/-Tcx8i0jpuYE/TV_1oXmZ3xI/AAAAAAAAAK0/KkQyX3AucWs/s320/index.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:TrackMoves/&gt;   &lt;w:TrackFormatting/&gt;   &lt;w:PunctuationKerning/&gt;   &lt;w:ValidateAgainstSchemas/&gt;   &lt;w:SaveIfXMLInvalid&gt;false&lt;/w:SaveIfXMLInvalid&gt;   &lt;w:IgnoreMixedContent&gt;false&lt;/w:IgnoreMixedContent&gt;   &lt;w:AlwaysShowPlaceholderText&gt;false&lt;/w:AlwaysShowPlaceholderText&gt;   &lt;w:DoNotPromoteQF/&gt;   &lt;w:LidThemeOther&gt;EN-US&lt;/w:LidThemeOther&gt;   &lt;w:LidThemeAsian&gt;X-NONE&lt;/w:LidThemeAsian&gt;   &lt;w:LidThemeComplexScript&gt;TH&lt;/w:LidThemeComplexScript&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:DontGrowAutofit/&gt;    &lt;w:SplitPgBreakAndParaMark/&gt;    &lt;w:DontVertAlignCellWithSp/&gt;    &lt;w:DontBreakConstrainedForcedTables/&gt;    &lt;w:DontVertAlignInTxbx/&gt;    &lt;w:Word11KerningPairs/&gt;    &lt;w:CachedColBalance/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;m:mathPr&gt;    &lt;m:mathFont m:val="Cambria Math"/&gt;    &lt;m:brkBin m:val="before"/&gt;    &lt;m:brkBinSub m:val="--&gt;    &lt;m:smallfrac m:val="off"&gt;    &lt;m:dispdef&gt;    &lt;m:lmargin m:val="0"&gt;    &lt;m:rmargin m:val="0"&gt;    &lt;m:defjc m:val="centerGroup"&gt;    &lt;m:wrapindent m:val="1440"&gt;    &lt;m:intlim m:val="subSup"&gt;    &lt;m:narylim m:val="undOvr"&gt;   &lt;/m:narylim&gt;&lt;/m:intlim&gt; &lt;/m:wrapindent&gt;&lt;!--[endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:LatentStyles DefLockedState="false" DefUnhideWhenUsed="true"  DefSemiHidden="true" DefQFormat="false" DefPriority="99"  LatentStyleCount="267"&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="0" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Normal"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="9" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="heading 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="9" QFormat="true" Name="heading 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="9" QFormat="true" Name="heading 3"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="9" QFormat="true" Name="heading 4"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="9" QFormat="true" Name="heading 5"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="9" QFormat="true" Name="heading 6"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="9" QFormat="true" Name="heading 7"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="9" QFormat="true" Name="heading 8"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="9" QFormat="true" Name="heading 9"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 3"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 4"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 5"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 6"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 7"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 8"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 9"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="35" QFormat="true" Name="caption"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="10" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Title"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="1" Name="Default Paragraph Font"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="11" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Subtitle"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="22" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Strong"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="20" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Emphasis"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="59" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Table Grid"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" UnhideWhenUsed="false" Name="Placeholder Text"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="1" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="No Spacing"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="60" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light Shading"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="61" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light List"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="62" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light Grid"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="63" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="64" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="65" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="66" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="67" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="68" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="69" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 3"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="70" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Dark List"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="71" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Shading"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="72" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful List"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="73" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Grid"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="60" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light Shading Accent 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="61" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light List Accent 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="62" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light Grid Accent 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="63" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 1 Accent 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="64" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 2 Accent 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="65" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 1 Accent 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" UnhideWhenUsed="false" Name="Revision"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="34" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="List Paragraph"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="29" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Quote"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="30" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Intense Quote"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="66" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 2 Accent 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="67" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 1 Accent 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="68" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 2 Accent 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="69" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 3 Accent 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="70" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Dark List Accent 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="71" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Shading Accent 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="72" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful List Accent 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="73" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Grid Accent 1"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="60" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light Shading Accent 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="61" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light List Accent 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="62" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light Grid Accent 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="63" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 1 Accent 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="64" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 2 Accent 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="65" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 1 Accent 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="66" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 2 Accent 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="67" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 1 Accent 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="68" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 2 Accent 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="69" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 3 Accent 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="70" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Dark List Accent 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="71" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Shading Accent 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="72" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful List Accent 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="73" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Grid Accent 2"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="60" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light Shading Accent 3"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="61" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light List Accent 3"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="62" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light Grid Accent 3"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="63" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 1 Accent 3"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="64" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 2 Accent 3"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="65" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 1 Accent 3"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="66" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 2 Accent 3"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="67" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 1 Accent 3"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="68" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 2 Accent 3"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="69" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 3 Accent 3"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="70" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Dark List Accent 3"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="71" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Shading Accent 3"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="72" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful List Accent 3"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="73" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Grid Accent 3"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="60" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light Shading Accent 4"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="61" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light List Accent 4"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="62" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light Grid Accent 4"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="63" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 1 Accent 4"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="64" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 2 Accent 4"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="65" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 1 Accent 4"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="66" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 2 Accent 4"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="67" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 1 Accent 4"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="68" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 2 Accent 4"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="69" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 3 Accent 4"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="70" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Dark List Accent 4"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="71" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Shading Accent 4"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="72" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful List Accent 4"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="73" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Grid Accent 4"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="60" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light Shading Accent 5"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="61" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light List Accent 5"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="62" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light Grid Accent 5"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="63" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 1 Accent 5"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="64" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 2 Accent 5"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="65" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 1 Accent 5"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="66" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 2 Accent 5"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="67" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 1 Accent 5"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="68" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 2 Accent 5"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="69" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 3 Accent 5"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="70" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Dark List Accent 5"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="71" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Shading Accent 5"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="72" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful List Accent 5"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="73" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Grid Accent 5"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="60" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light Shading Accent 6"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="61" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light List Accent 6"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="62" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Light Grid Accent 6"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="63" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 1 Accent 6"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="64" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 2 Accent 6"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="65" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 1 Accent 6"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="66" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 2 Accent 6"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="67" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 1 Accent 6"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="68" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 2 Accent 6"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="69" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 3 Accent 6"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="70" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Dark List Accent 6"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="71" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Shading Accent 6"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="72" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful List Accent 6"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="73" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Grid Accent 6"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="19" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Subtle Emphasis"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="21" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Intense Emphasis"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="31" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Subtle Reference"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="32" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Intense Reference"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="33" SemiHidden="false"   UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Book Title"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="37" Name="Bibliography"/&gt;   &lt;w:LsdException Locked="false" Priority="39" QFormat="true" Name="TOC Heading"/&gt;  &lt;/w:LatentStyles&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:"Table Normal"; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-priority:99; mso-style-qformat:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0in 5.4pt 0in 5.4pt; mso-para-margin-top:0in; mso-para-margin-right:0in; mso-para-margin-bottom:10.0pt; mso-para-margin-left:0in; line-height:115%; mso-pagination:widow-orphan; font-size:11.0pt; mso-bidi-font-size:14.0pt; font-family:"Calibri","sans-serif"; mso-ascii-font-family:Calibri; mso-ascii-theme-font:minor-latin; mso-fareast-font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-theme-font:minor-fareast; mso-hansi-font-family:Calibri; mso-hansi-theme-font:minor-latin;}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;อาจารย์ท่านหนึ่งสอนเรื่องชีวิตของฟีลิปซึ่งเป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้รับใช้ที่พระเจ้าพาเขาไปประกาศกับขันที ซึ่งณ.ตอนนั้นฟีลิปรับใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระเจ้าอยู่ที่เยรูซาเล็มอย่างเกิดผลแต่พระเจ้าก็พาเขาออกมาเพื่อให้ประกาศและสอนพระคำแก่ขันทีผู้นั้น ซึ่งต่อมาขันทีผู้นี้ได้กลายเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐและนำคนอัฟริกันมาเชื่อพระเจ้า&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ประเด็นที่น่าสนใจคือ สิ่งที่พระเจ้าให้ฟีลิปทำนั้น ถ้าคนทั่วไปมองคงคิดว่าเป็นเรื่องแปลกเพราะขณะที่งานในเยรูซาเล็มกำลังไปได้สวยแต่พระเจ้ากลับพาฟีลิปมาประกาศคนในถิ่นธุรกันดาร แต่เมื่อมองไปในอนาคตก็ต้องพูดได้ว่า พระเจ้าทรงรู้ล่วงหน้า มองไกลและเป็นผู้ที่วางแผนได้อย่างล้ำเลิศเพราะขันทีผู้นี้เป็นคนนำความรอดไปสู่ชาวอัฟริกัน ถ้าฟีลิปไม่ทำหน้าที่ของเขาในวันนั้นและเลือกที่จะอยู่เยรูซาเล็ม ข่าวประเสริฐของพระเจ้าก็ไม่มีทางแพร่ออกไปแน่นอน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span lang="TH"&gt;มนุษย์มักขีดเส้นให้พระเจ้าเดินตาม จะเอาอย่างนี้ จะทำอย่างนั้น โดยคิดคำตอบไว้ล่วงหน้า แล้วก็บีบพระเจ้าให้อวยพรตามที่ตนต้องการ แล้วเอามาอวดอ้างว่านี่มาจากพระเจ้า แต่แท้จริงแล้วมาจากตัวเอง สิ่งเหล่านี้จะไม่งอกงามเกิดผล เพราะเป็นสิ่งที่เกิดจากความต้องการด้านเนื้อหนังเพื่อตอบสนองตนเองมีแต่เน่าเปื่อยและสลายไป แต่สำหรับพระเจ้านั้นสังเกตได้ว่าพระองค์มักทำในสิ่งที่มนุษย์ไม่คาดคิดเสมอ ไม่อาจคาดเดาแต่ผลที่ได้งอกงามและยั่งยืน &lt;span style="color: red;"&gt;เช่น การเดินรอบกำแพงเยรีโค ใครจะไปคิดว่าการเดินรอบกำแพงที่มีขนาดใหญ่ ขนาดรถม้าวิ่งบนกำแพงได้นั้น จะถล่มลงมาด้วยวิธีการที่แสนง่าย ไม่เสียเลือดเนื้อ ไม่มีใครบาดเจ็บหรือแม้แต่โมเสส เส้นทางหนีชาวอียิปต์ดำเนินมาถึงทางตัน โมเสสเพียงวางไม้เท้าลง น้ำทะเลก็แยกออกและยังมีอีกหลายๆเหตุการณ์ที่พระเจ้าทำให้เรารู้ว่าสิ่งที่พระองค์ทำต้องใช้คำว่า "อัศจรรย์" มานิยามเท่านั้น&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color: red;"&gt; &lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span lang="TH"&gt;“การสัตย์ซื่อแม้เพียงสิ่งเล็กน้อย” ใครว่าพระเจ้ามองไม่เห็น ทุกสิ่งที่เราทำพระองค์เห็น วันนี้ถ้าพระองค์ให้เราทำอะไรแม้มันจะดูเหมือนเล็กน้อยหรือต่ำต้อย จงทำมันให้ดีที่สุด สิ่งเล็กน้อยนี้จะเกิดผลเป็นแน่เมื่อเราทำถวายแด่พระเจ้า&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ยกตัวอย่าง ทหารคนหนึ่งโดนจับไปเป็นเชลยของเยอรมัน เขาต้องไปเป็นทาสทำหน้าที่ยัดกระสุนปืน ซึ่งกระสุนนี้มีไว้สำหรับยิงเรือบินรบให้ตกลงมา ในขณะที่เกิดสงราม เรือบินรบของประเทศเขาโดนยิงที่ถังน้ำมันแต่เครื่องบินไม่เกิดระเบิด ในขณะลงจอด เมื่อมาเช็คที่ถังน้ำมันปรากฏว่า กระสุนที่ยิงมาที่ถังนำมันนั้น ถูกอัดด้วยกระดาษภายในแล้วทหารก็ต้องตกตะลึงมื่อกระสุนเม็ดหนึ่งใส่กระดาษแล้วมีตัวอักษรในกระดาษ แผ่นนั้นเขียนว่า "ตอนนี้ทำให้ได้แค่นี้ก่อนนะ" เป็นข้อความที่ทหารเชลยคนนั้นเขียนถึงประเทศของเขาและเขาช่วยให้ทหารในประเทศไม่ตายถึง &lt;/span&gt;10 &lt;span lang="TH"&gt;คน จากการที่เรือบินรบโดนยิง&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ไม่มีคำบรรยายใดๆเมื่อฟังเรื่องเล่านี้จบ มีแต่เพียงการตอบสนองต่อพระเจ้าว่า&lt;/span&gt; "&lt;span lang="TH"&gt;สัตย์ซื่อในสิ่งเล็กน้อยที่พระองค์ให้ทำ" เพราะวันนี้เรามองไม่เห็นว่าสิ่งที่ทำจะงอกงามเป็นอะไร ขอให้เชื่ออย่างหนึ่งว่าพระเจ้าไม่เคยดูหมิ่นในสิ่งที่เราทำแด่พระองค์เลย พระองค์จะทำให้สิ่งนั้นงอกงามและเกิดผลแน่นอน เพียงแต่ท่าทีของเราคือ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ไม่มีเจตนาแอบแฝงแต่&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Browallia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;; font-size: 14pt;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;เพื่อพระองค์ทั้งสิ้น&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span lang="TH"&gt;โดย โปรดปราน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/m:defjc&gt;&lt;/m:rmargin&gt;&lt;/m:lmargin&gt;&lt;/m:dispdef&gt;&lt;/m:smallfrac&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-5154271230958439545?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/5154271230958439545/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=5154271230958439545&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/5154271230958439545'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/5154271230958439545'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2011/02/blog-post.html' title='เล็กน้อย แต่ ไม่เล็กน้อย'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/-Tcx8i0jpuYE/TV_1oXmZ3xI/AAAAAAAAAK0/KkQyX3AucWs/s72-c/index.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-4576348126799355363</id><published>2011-01-21T10:51:00.000+07:00</published><updated>2011-01-21T10:51:22.315+07:00</updated><title type='text'>อึ่งอ่างต้มเปรต Vs คริสเตียนอุ่นๆ</title><content type='html'>&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อประมาณสองวันก่อน&amp;nbsp; ได้มีโอกาสคุยกับน้องคนนึงซึ่งเป็นน้องที่รู้จัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอสมควรและชื่นชมเค้ามาตลอด&amp;nbsp; น้องสาวคนนี้เป็นเด็กดีและเคยเป็นหนึ่งในคริสเตียนแถวหน้า พอดีเค้าโทรมาปรึกษาเรื่องงาน&amp;nbsp; เราเลยมีโอกาสได้คุยกัน....เรื่องราวใน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายละเอียดขออุบไว้แต่อยากเอาแนวคิดในเรื่องนี้มาแบ่งปันพี่น้อง&amp;nbsp; เพราะมั่นใจมากๆว่าคงเตือนสติหลายๆคนได้...เป็นเรื่องไม่บังเอิญแน่นอนที่เค้าโทรมาหาเพราะเชื่อว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระเจ้าเจาะจงให้เราได้ช่วยเค้าและพระเจ้าปรารถนาจริงๆที่จะให้เค้าได้รับการช่วยเหลือจากเรา &lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น้องเล่าให้ฟังว่าเค้าต้องทำงานหาเงินเพื่อแก้ปัญหาต่างๆของตัวเองในชีวิตและเค้าทำได้สำเร็จมาโดยตลอด&amp;nbsp; อีกทั้งยังเป็นกำลังหลักในการหารายได้ให้แก่ครอบครัว&amp;nbsp; งานที่เค้าทำไม่ได้สวยหรูในสายตาพี่น้องคริสเตียน&amp;nbsp; พูดว่าดูไม่ดีเลยก็ว่าได้แต่เค้าต้องทำเพื่อให้มีรายได้ที่คล่องตัวแก่ครอบครัว ในสายตาของครอบครัว...ทุกคนภูมิใจและ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สนุบสนุนเค้าในงานที่เค้าทำ&amp;nbsp; เลยถามว่าเค้าไปว่าแล้วตอนนี้เค้าอยู่ที่ไหน&amp;nbsp; เค้าตอบว่าหนูอยู่กับแฟนน่ะพี่&amp;nbsp; แล้วเล่าให้ฟังต่อว่าเค้ากับแฟนรู้จักกันได้ยังไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด...ถ้าเราคิดตามบนพื้นฐานมนุษย์ที่ไม่คิดอะไรมากก็คงไม่มีอะไร แต่หลังจากที่เค้าพูดจบ...พระวิญญาณบริสุทธิ์ทำงานในใจให้ต่อเวลาคุยกับเค้าอีกนิด พระวิญญาณต้องการเตือนเค้าผ่านเราว่าไม่เพียงแต่งานที่เค้าทำที่พระเจ้าไม่พอพระทัยแต่การตอบสนองของเค้าที่มีต่อพระเจ้าจะทำให้เค้าตายไปในความอุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คริสเตียนหลายคนถูกสอนเรื่องความอุ่นที่มีในพระเจ้าแต่หลายครั้งเราไม่ตระหนัก...กลับตอบสนอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระเมตตาด้วยความเฉยชาต่อพระเจ้าทีละนิด ตอบสนองพระสุรเสียงและพระวิญญาณบริสุทธิ์น้อยลงๆทีละหน่อย จนวันนึงพระเจ้าไม่อยู่ในใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราแล้วแต่เรากลับไม่รู้ตัวและคิดว่ายังเดินกับพระเจ้าอยู่ เวลาใครถามก็ตอบว่าหนูยังรักพระเจ้าอยู่พี่แต่จริงๆหนูไม่ได้รักพระเจ้าแล้ว หนูแค่รู้ว่าพระเจ้ามีจริงเพราะถ้าคนรักกันจริง เค้าจะไม่คิดถึงกันหรอกเหรอ ลองนึกถึงเวลาที่ตัวเองตกหลุมรักใครซักคนสิ ใจมันแทบจะขาด อยากจะโทรหาแทบคลั่ง การที่เฉยกับใครซักคนไปเรื่อยๆ วันนึงเราก็จะลืมเค้า แล้วพอถึงวันนั้น...อาจจะลืมไปเลยก็ได้ว่าเค้าคนนั้นมีอยู่จริง&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น้องเค้าไม่ได้เล่าให้ฟังในทุกรายละเอียดแต่พระเจ้าสัมผัสใจมากๆว่าสิ่งที่เค้าเล่า พระเจ้าไม่พอพระทัยแม้จะฟังแล้วจะเข้าใจความคิดเค้าและเห็นอกเห็นใจกับความคิดนั้น แต่ก็เข้าใจพระเจ้าจริงๆว่าปล่อยเค้าไปไม่ได้โดยไม่เตือนเพราะเค้าจะตาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชีวิตคริสเตียนที่ตัดสินใจเฉยชาต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทีละนิดแล้วไม่กลับใจ คือการเดินกับพระเจ้าอย่างอุ่นๆ สภาพที่ว่าไม่ต่างอะไรกับอึ่งอ่างต้มเปรตเลย ถูกจับโยนลงไปว่ายน้ำเล่นในหม้อตั้งแต่น้ำยังเย็นๆ ว่ายไปว่ายมาสนุกดี ไม่รู้สึกอะไรกับน้ำที่ค่อยๆร้อนขึ้นเพราะผิวหนังปรับสภาพกับความอุ่น จนน้ำเดือดตัวเองตายก็ยังไม่รู้ตัวเพราะความอุ่นนั่นแหละที่ฆ่ามันทีละนิด ไม่ทรมานเพราะไม่รู้ตัวเลยไม่ได้ป้องกันตัว เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะตาย คริสเตียนที่เดินอุ่นๆไม่ต่างอะไรกับอึ่งอ่างต้มเปรตเลย เฉยต่อ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระวิญญาณและการตีสอนทีละนิดและคิดว่าไม่เป็นไร...เดินไปๆวันนึงหายออกจากทางของพระเจ้าและไม่มีพระองค์อยู่ในใจแล้วก็ไม่รู้ตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;"ถ้าไม่อยากเป็นเหมือนอึ่งอ่างต้มเปรต กลับใจและตอบสนองพระวิญญาณบริสุทธิ์ทุกครั้งที่ได้ยินการเตือนเถอะ"&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย ครูแพรว&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TTj93deWypI/AAAAAAAAAKo/TCuTXq_Tjv8/s1600/ssl19296vr7.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="240" src="http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TTj93deWypI/AAAAAAAAAKo/TCuTXq_Tjv8/s320/ssl19296vr7.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-4576348126799355363?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/4576348126799355363/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=4576348126799355363&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/4576348126799355363'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/4576348126799355363'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2011/01/vs.html' title='อึ่งอ่างต้มเปรต Vs คริสเตียนอุ่นๆ'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TTj93deWypI/AAAAAAAAAKo/TCuTXq_Tjv8/s72-c/ssl19296vr7.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-8230707650258884178</id><published>2011-01-20T13:28:00.004+07:00</published><updated>2011-01-20T13:54:53.407+07:00</updated><title type='text'>ข้อคิดจากที่พักสุดท้าย</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TTfbw1x1JjI/AAAAAAAAAKg/XAzANmEJTvc/s1600/DSCF2070.jpg" imageanchor="1" style="clear:left; float:left;margin-right:1em; margin-bottom:1em"&gt;&lt;img border="0" height="165" width="220" src="http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TTfbw1x1JjI/AAAAAAAAAKg/XAzANmEJTvc/s320/DSCF2070.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;"ฉันขอพลกำลัง&lt;br /&gt;เพื่อฉันจะได้ความสำเร็จ &lt;br /&gt;ฉันถูกทำให้อ่อนแรง&lt;br /&gt;เพื่อฉันจะถ่อมใจรู้จักเชื่อฟัง&lt;br /&gt;ฉันขอสุขภาพสมบูรณ์&lt;br /&gt;เพื่อฉันจะทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า &lt;br /&gt;ฉันถูกทำให้อ่อนแอ&lt;br /&gt;เพื่อฉันจะทำในสิ่งที่ดียิ่งกว่า&lt;br /&gt;ฉันขอความมั่งคั่งเพื่อฉันจะมีความสุข &lt;br /&gt;ฉันได้รับความยากจนเพื่อฉันจะมีปัญญา&lt;br /&gt;ฉันขออำนาจเพื่อฉันจะได้รับการยกย่องจากมนุษย์ &lt;br /&gt;ฉันได้รับความอ่อนแอเพื่อฉันจะรู้สึกว่าต้องการพระเจ้า&lt;br /&gt;ฉันขอทุกสิ่งอย่างเพื่อฉันจะสนุกกับชีวิต &lt;br /&gt;ฉันได้ชีวิตเพื่อฉันจะสนุกกับทุกสิ่งอย่าง&lt;br /&gt;ฉันไม่ได้ในสิ่งที่ฉันขอแต่ได้ทุกสิ่งที่ฉันมุ่งมาดปรารถนา&lt;br /&gt;แม้ปากจะขอไปผิดๆแต่คำอธิษฐานที่ไม่ได้พูดออกมาได้รับคำตอบ&lt;br /&gt;ฉันได้พระพรมั่งคั่งที่สุดท่ามกลางมนุษย์ทั้งปวง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แอบจดมาจากหนังสือเล่มหนึ่ง จำชื่อหนังสือไม่ได้แต่รู้ว่าข้อความนี้เขียนไว้หน้าหลุมศพของคนที่รักพระเจ้าคนหนึ่งเพื่อจะเตือนสติคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ขอบคุณพระเจ้าค่ะ ที่พระองค์สอนลูกในทุกๆวัน ลูกรักพระองค์นะคะ ขอบคุณพระเจ้าที่ไม่ได้ตามใจลูกแต่พระองค์ดูแลลูกดีกว่าที่ลูกคิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย โปรดปราน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-8230707650258884178?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/8230707650258884178/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=8230707650258884178&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/8230707650258884178'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/8230707650258884178'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2011/01/blog-post.html' title='ข้อคิดจากที่พักสุดท้าย'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TTfbw1x1JjI/AAAAAAAAAKg/XAzANmEJTvc/s72-c/DSCF2070.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-80342069440988673</id><published>2010-10-13T17:14:00.002+07:00</published><updated>2010-10-13T17:15:49.645+07:00</updated><title type='text'></title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TLWGtRDuV1I/AAAAAAAAAJs/VF6idADKj2k/s1600/images.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 200px; height: 137px;" src="http://3.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TLWGtRDuV1I/AAAAAAAAAJs/VF6idADKj2k/s200/images.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5527472229898409810" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;   แฟน หรือเพื่อน ก็ต้องการรักแบบนี้ &lt;br /&gt; หากใครต้องการเพื่อน สักคน ต้องดู ความรักของเพื่อน แท้ของผู้ชายสองคน โยนาธัน กับดาวิด ขักกันดัง กับตัวเขาเอง ที่ไม่สนใจว่า พ่อของโยนาธันไล่สังหารดาวิด และ โยนาธันก็ไม่สนใจ ว่าวันหนึ่ง ดาวิดก็จะมาเป็ยกษัตริย์ แทน พ่อของเขา เขาทั้ง สองจึงเป็นแบบอย่างแห่งความรักอมตะ ระหว่างชายเพศเดียวกัน (แต่ไม่ได้รักด้านร่างกายนะครับ)                      &lt;br /&gt; ได้อ่าน บทความจากเมลล์ ฉบับหนึ่ง จากเพื่อน แต่ไม่รู้แหล่งที่มา จากต้นสังกัด ยังไงขอขอบคุณ เจ้าของ ต้นคิด ในบทความนี้ นะครับ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อน รับฟังทุกอย่าง...เวลาเรามีเรื่องจะพูด&lt;br /&gt;เพื่อน คือ สัปดาห์...เมื่อคุณต้องการวัน&lt;br /&gt;เพื่อน คือ กระดาษทิชชู....ตอนเราร้องไห้ไม่หยุดซะที &lt;br /&gt;เพื่อน คือ หัวไหล่....ให้เราซบ เมื่อเรารู้สึกย่ำแย่ &lt;br /&gt;เพื่อน คือ ไม้ดามหัวใจ...ยามเราอกหัก &lt;br /&gt;เพื่อน คือ กาว...เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างดูจะแตกสลาย &lt;br /&gt;เพื่อน คือ แสงอาทิตย์...เมื่อฝนไม่หยุดตก &lt;br /&gt;เพื่อน คือ คล้ายๆกับแม่นะ...หากเราต้องขึ้นโรงพัก &lt;br /&gt;เพื่อน คือ มือ...เมื่อเรารู้สึกเปล่าเปลี่ยว..(ขอจับมือหน่อยนะ) &lt;br /&gt;เพื่อน คือ ปีก....หากคุณอยากจะบิน &lt;br /&gt;เพื่อน คือ หู...เพื่อเอาไว้ฟังทุกเรื่อง..(โดยเฉพาะเรื่องลับๆ) &lt;br /&gt;เพื่อน คือ แอสไพลิน....เมื่อเราปวดหัว &lt;br /&gt;เพื่อน คือ ความรัก...ที่คุณไม่ต้องค้นหา &lt;br /&gt;เพื่อน คือ คุณ.....ฉันอยากให้คุณรู้ &lt;br /&gt;* และหวังว่า...มิตรภาพระหว่างเราจะมีเพิ่มขึ้นตลอดไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้อีกตอนหนึ่ง จาก&lt;br /&gt;คอยเตือน ยามเพื่อนพลั้ง คอยฟัง ยามเพื่อนขอ&lt;br /&gt;คอยรอ ยามเพื่อนสาย คอยพาย ยามเพื่อนพัก&lt;br /&gt;คอยทัก ยามเพื่อนทุกข์ คอยปลุก ยามเพื่อนท้อ&lt;br /&gt;คอยง้อ ยามเพื่อนงอน คอยสอน ยามเพื่อนผิด&lt;br /&gt;คอยสะกิด ยามเพื่อนเผลอ คอยเจอ ยามเพื่อนหา&lt;br /&gt;คอยลา ยามเพื่อนกลับ คอยปรับ ยามเพื่อนเปลี่ยน&lt;br /&gt;คอยเรียน ยามเพื่อนเที่ยว คอยเคี่ยว ยามเพื่อนเล่น&lt;br /&gt;คอยเย็น ยามเพื่อนร้อน คอยหอน ยามเพื่อนเห่า&lt;br /&gt;คอยเฝ้า ยามเพื่อนฟุบ คอยอุบ ยามเพื่อนปิด&lt;br /&gt;คอยคิด ยามเพื่อนถาม คอยปราม ยามเพื่อนหลง&lt;br /&gt;คอยปลง ยามเพื่อนแกล้ง คอยแบ่ง ยามเพื่อนหมด&lt;br /&gt;คอยอด ยามเพื่อนทาน คอยคาน ยามเพื่อนล้ม&lt;br /&gt;คอยชม ยามเพื่อนชนะ คอยสละ ยามเพื่อนชอบ &lt;br /&gt;คัดลอกมาจาก มาจาก &lt;br /&gt;http://www.wutthi.com/forum/index.php?topic=15008.msg263632&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-80342069440988673?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/80342069440988673/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=80342069440988673&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/80342069440988673'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/80342069440988673'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/10/blog-post.html' title=''/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TLWGtRDuV1I/AAAAAAAAAJs/VF6idADKj2k/s72-c/images.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-486788974404356920</id><published>2010-09-26T19:28:00.003+07:00</published><updated>2010-09-26T19:41:55.835+07:00</updated><title type='text'>การใช้เพศอย่างถูกต้อง</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TJ8_hQZyp5I/AAAAAAAAAJk/TRa8Q8s5oEo/s1600/A13.JPG"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 140px; height: 200px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TJ8_hQZyp5I/AAAAAAAAAJk/TRa8Q8s5oEo/s200/A13.JPG" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5521201508750894994" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การใช้เพศอย่างถูกต้อง &lt;br /&gt;        เรื่อง เพศ  เป็นดาบสองคม พระเจ้าทรงให้กามารมณ์เพื่อมนุษย์จะมอบความสุขแก่กันระหว่างสามีภรรยา หากมนุษย์ใช้กามารมณ์ในทางผิดจะทำให้เกิดผลเสียหาย เหมือนดังไฟที่ใช้ประโยชน์ในทางที่ถูกก็จะเกิดประโยชน์ต่อการทำงาน ดำรงชีวิต แต่หากใช้ไม่ถูก อาจจะเผาผลาญทำลายทรัพย์สินไปได้ &lt;br /&gt;         พระเจ้าทรงให้เพศ และกามารมณ์ ในการให้สามีภรรยาสืบพันธุ์ มีลูกหลาน และบุตรชายเป็น &lt;br /&gt;มรดกจากพระเจ้าอีกทั้งกามารมณ์ไม่แสดงถึงการเป็นหญิงชายในบทบาทของตนอย่างชัดเจน  เราจะใช้ กามารมณ์ หรือเพศได้ดีอย่างไร? &lt;br /&gt;ประการแรก  อย่าใช้กามารมณ์อย่างเห็นแก่ตัว &lt;br /&gt;         กามารมณ์เป็นพลังดึงดูดทางเพศ การใช้โดยไม่่คิดถึง และเห็นอกเห็นใจอีกฝ่ายหนึ่ง คือ ตวง ความสุขจากเรือนร่างอีกฝ่ายอย่างไร้ความเห็นใจ เช่น  &lt;br /&gt;              สามีที่ขู่เข็ญภรรยาให้หลับนอนด้วยโดยเธอเองไม่มีอารมณ์เพศ เพราะภรรยาอาจเหน็ดเหนื่อย และทำ งานหนัก เลี้ยงลูก แท้จริงเรื่องนี้ต้องมีการเตรียมตัว เตรียมใจทั้งสองฝ่ายก่อน &lt;br /&gt;              หรือ หญิงสาว ๆ หน้าตาน่ารัก ยั่วยุชายจนเกิดเรื่องกามารมณ์  แต่ด้วยเหตุผลที่ต้องการหลอกอยากได้ สิ่งของบางอย่างเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;               ชายหนุ่มหลอกล่อหญิงให้หลับนอน  โดยไม่เคยคิดถึงองค์ประกอบด้าน ความรัก  ความห่วงใย  เห็นอกเห็นใจเลย &lt;br /&gt;               สุดท้าย กามารมณ์จะเป็นโทษ เมื่อฝ่ายหนึ่งคิดว่า อีกฝ่ายหนึ่งเป็นแค่วัตถุ ให้ความสุขแก่เราฝ่ายเดียว  การมีกามารมณ์ไม่ถูกต้องโดยได้เสียก่อนแต่งงาน หรือผิดประเวณีกับสัตว์ ย่อมไม่เป็นน้ำพระทัยพระเจ้าอยู่แล้ว&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประการที่สอง การ ถูกปลูกฝังมาอย่างผิด ๆ &lt;br /&gt; บางคน ถูกสอนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสกปรก เลวร้าย หรือบางคนหลงเชื่อว่า กามารมณ์  คือ  สิ่งที่ต้องทำให้เก่ง  ทำให้ได้  ทำมาก ๆ บ่อย ๆ จึงจะถือว่าเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ  หรือบางคนคิดว่า กามารมณ์  คือ  การร่วมเพศอย่างเดียว แต่ไม่เคยคิดถึงด้านความรัก  ห่วงใย  เลย แท้จริงหากเราโตขึ้นจะพบว่าความเก่งกาจในเรื่องกามารมณ์เป็นรอง  แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด  คือ คุณภาพของความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน &lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;ประการที่สามการใช้เพศ ในทางที่ผิด &lt;br /&gt;              โดยอาจมีราก จากบาดแผย การชดเชย และไม่สามารถบังคับตัวเองได้   คือ พวกที่ชอบลวนลาม  เอาเปรียบ  เจ้าชู้กับเพศตรงกันข้าม ในรูปแบบวิธีใดวิธีหนึ่ง  การข่มขืน พวกนี้ใช้กามารมณ์อย่างโหดเหี้ยม  ใช้กามารมย์ และใช้สื่อทางกามารมณ์ผิด ใช้ภาษาที่สกปรก ลามก สองแง่สองง่าม &lt;br /&gt;          "ดร.เฮอร์นานเดซ" วิจารณ์ว่า  มีชายหญิงที่ยึดติดอยู่กับการร่วมเพศ โดยมีเหตุผลที่ไม่ใช่น้ำ &lt;br /&gt;พระทัยพระเจ้า มีแรงกระตุ้นผิด ๆ ตามลำดับต่อไปนี้ &lt;br /&gt;    ก. ถือว่าเป็นภาระกิจชีวิตสมรส &lt;br /&gt;    ข. เพื่อรับสิ่งตอบแทน หรือยืนยันไมตรีจิต &lt;br /&gt;    ค. เพื่อแสดงชัยชนะครอบครอง &lt;br /&gt;    ง. เป็นสิ่งทดแทนการสื่อสารทางวาจา &lt;br /&gt;    จ. เพื่อขจัดความต่ำต้อย (พิสูจน์ความเป็นชาย) &lt;br /&gt;    ฉ. ล่อลวงหญิง &lt;br /&gt;    ช. ปกป้องความกังวล และความเครียด &lt;br /&gt;    ซ. ควบคุมคู่ของตน &lt;br /&gt;    ฌ. อวดผู้อื่น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-486788974404356920?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/486788974404356920/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=486788974404356920&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/486788974404356920'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/486788974404356920'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/09/blog-post_26.html' title='การใช้เพศอย่างถูกต้อง'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TJ8_hQZyp5I/AAAAAAAAAJk/TRa8Q8s5oEo/s72-c/A13.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-6463354743046051470</id><published>2010-09-26T18:56:00.001+07:00</published><updated>2010-09-26T18:59:04.157+07:00</updated><title type='text'>เพศกับชีวิตคริสเตียน</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TJ81XyskiHI/AAAAAAAAAJU/4nVR9kuqgMw/s1600/A22.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 112px; height: 140px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TJ81XyskiHI/AAAAAAAAAJU/4nVR9kuqgMw/s200/A22.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5521190351041497202" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เพศกับชีวิตคริสเตียน &lt;br /&gt;อ.เจริญ  ยธิกุล &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     คำจำกัดคำว่า เพศ (SEX) &lt;br /&gt;         คำว่า SEX มีความหมายกว้างมาก จะแยกเป็น  สอง คำ คือ SEX IDENTETY หมายถึง การที่เราเกิดมาเป็นเพศหญิง หรือเพศชาย เป็นสิ่งที่ระบุถึง  ความแตกต่างทางเพศโดยธรรมชาติ แบะอีกคำหนึ่งคือ SEXUAL ACTIVITY  หมายถึง กิจกรรมการกระทำที่ชักนำไปสู่การประพฤติ และการ &lt;br /&gt;กระทำทางเพศ &lt;br /&gt;           ทัศนคติเรื่อง เพศ (SEX) มีหลาย ทัศนะ บางคนมีเจตคติ (ATTITUDE) ในแง่ไม่ดี  อาจเพราะการ อบรม มาว่า  เรื่องเพศเป็นเรื่อง สกปรก  ลามก  หยาบคาย  บางทัศนะมีอะไรเป็นจุดเกี่ยวกับเซ็กอยู่ที่เป้นลบ มาจากรากในอดีต หรือ การถูกอบรม ในทางที่ไม่ถูกต้อง  จึงต้องการป้องกันตัวเอง  แม้รู้ว่า ไม่เป็นเรื่องสกปรกแต่ก็ไม่อยากพูดถึง เช่น บางคนเป็นรักร่วมเพศ(HOMOSEXUAL) แต่บาง ก็มีบางท่านกล้าที่จะพูดถึงมัน  เช่น ดร.เสรี วงศ์มณฑา &lt;br /&gt;        แท้จริง จินตนาการเรื่องเพศ เกิดขึ้นเพื่อฮอร์โมนเริ่มทำงานตอนเข้าสู่วัยรุ่น เด็กหญิงเริ่มมี หน้าอก  ประจำเดือน มีขนรักแร้  ชายเริ่มเสียงแหบ  พระเจ้าสร้างให้มีชาย และหญิง (ปฐก 1:27)  และเพศทั้ง 2 เพศ ซึ่งจะต้องอาศัยซึ่งกัน &lt;br /&gt;        และกัน  ชายนั้นจะปกป้องดูแล และ  เข้มแข็ง ส่วนหญิงจะเป็นเพศอ่อนแอ ต้องการการปกป้องดูแล ด้านจิตใจ และอารมณ์ ชายจะไม่สมบูรณ์ หากไม่มีหญิง และหญิงไม่มีชาย (ปฐก.2:24)    แต่กระนั้น ทั้งชาย และหญิงมีเพศที่กำหนดในการสืบพันธุ์ มีอารมณ์เพศที่แสดงออก  การเข้าใจและมีอารมย์เพศ นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่จะผิดเมื่อเราใช้ในทางที่ผิด ในการดำเนินชีวิต ปัจจุบันมีสื่อที่ใช้เพศในทางที่ผิด เช่น ภาพยนต์  วีดีโอ  หนังสือที่เป็นตัวเร้า และนำไปสู่การใช้เรื่องเพศผิด วัตถุ ประสงค์ไป  &lt;br /&gt;เพศนั้นมีไว้เฉพาะสามีภรรยา  เพศมิได้มีไว้สำหรับเพื่อน หรือญาติ  แต่สำหรับสามีภรรยา หรือคนที่ยังไม่แต่งงาน แต่จะถูกต้องสำหรับสามีภรรยาเท่านั้น  แต่ความเสื่อมทรามทางศีลธรรมทางเพศสมัยนี้ สาเหตุ &lt;br /&gt;               1. การค้นพบวิธีคุมกำเนิดและ ปล่อยอิสระในการมีเพศสัมพันธุ์&lt;br /&gt;               2. ความมีอิสระของสตรี &lt;br /&gt;               3. สภาพสังคมที่มีอิสระ &lt;br /&gt;               4. การศึกษาทางโลก &lt;br /&gt;               5. สื่อมวลชนที่ทเปิดโปง เปิดเผย อย่างอิสระ ในทางเชิญชวนและ ไม่ถูกต้อง ด้วยเหตุนี้ พระเยซูตรัส "การที่มีความปรารถนาในกาม โดยไม่ถูกต้องตามพระบัญญัติถือว่าผิดพอ ๆ กับ การกระทำ" (มธ.5:27-28)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-6463354743046051470?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/6463354743046051470/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=6463354743046051470&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/6463354743046051470'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/6463354743046051470'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/09/blog-post.html' title='เพศกับชีวิตคริสเตียน'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TJ81XyskiHI/AAAAAAAAAJU/4nVR9kuqgMw/s72-c/A22.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-216500747134734803</id><published>2010-04-13T08:06:00.005+07:00</published><updated>2010-04-14T08:44:01.793+07:00</updated><title type='text'>ทำอย่างไร เมื่อ รู้สึกว่า เราสองคนไปด้วยกันไม่ได้</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S8UcpwprHVI/AAAAAAAAAJE/2mCQqZXtmww/s1600/photo_to_cartoon_multimedia_graphic_editors-25627.gif"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 163px; height: 200px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S8UcpwprHVI/AAAAAAAAAJE/2mCQqZXtmww/s200/photo_to_cartoon_multimedia_graphic_editors-25627.gif" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5459801627016502610" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     หนุ่มสาวหลายคน  เมื่อ มีความรู้สึกว่า รักหรือชอบ แต่เมื่อคบไปแล้ว  มาเริ่มรู้ สัมผัสชีวิต และเริ่มมองเห็นมุมที่ เราเริ่มรู้ว่า ไปด้วยกันไม่ได้ แต่ก็เกิดอาการ เกรงใจอีกฝ่าย กลัวว่า เขาหรือเธอจะเจ็บ หรือ เราอาจทนไม่ไหว เมื่อต้องจากกัน แม้ ว่า เราจะคบกันไปก็จะต้องเจ็บปวด และต้องมีวันหนึ่ง ที่วันต้องอำลาจากกันไปมาถึง &lt;br /&gt;     &lt;br /&gt;    บางคนก็ปล่อย เลยตามเลย บางคนก็พยายามแล้วพยายามอีกที่จะพยุง เก็บรักษาสถานภาพนี้ ให้คงอยู่ ทั้งที่สถานการณ์ และเหตุการณ์ต่างๆก็ บ่งบอกแล้วว่า มันถึงเวลาแล้ว และอาจเจ็บไปมากกว่านี้หากยังไม่ตัดสินใจ แต่กลับกลัวไม่กล้า ที่จะตัดสินใจ &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;     อะไร ที่เป็นตัวบ่ง ว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องแยกจากกัน  ประการแรกคือ ความรู้สึกว่า ไม่ใช่เกิดขึ่นมา เมื่อรู้ว่าจะพบหรือเจอกัน ประการที่สอง การ ขาดความสุข อบอุ่น หรือ เริ่มมีใจไม่อยากที่จะได้คุย หรือ เจอกัน ประการที่สาม เริ่มตะหนักว่า เราสองคนเข้ากันไม่ได้ เลย โดยเฉพาะคนที่เป็นคริสตชน เรื่องที่แตกต่างกัน และทำมห้ต้องตัดสินใจเร็วกว่าปกติ คือ ผู้ที่เราชอบไม่ใช่ คริสเตียน และมักจะชักนำเรา ออกนอกทางพระเจ้า ไม่ได้สนับสนุนเรา อีกกรณีคือ คริสเตียนที่อ่อนแอ ไม่พัฒนาตัวเอง และไม่เจริญเติบโต แม้แรกๆ เขาอาจพยายามแสดงตัวว่าเอาจริงเอาจัง แต่เวลาผ่านไป เรามู้ว่า นั่นเป็นเพียงการ อยากแสดงออกเพื่อเอาใจเรา เท่านั้นเอง  แต่ว่าเวลาที่คบกันมันยาวนาน และไปไกลแล้ว &lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;    เราจะแก้ไขอย่างไร สำหรับเรื่อง แบบนี้ ผมอยาก แนะนำว่า การจะหันมานับเลขหนึ่งไหม่ ไม่ผิดครับ ต่างพูดความจริงด้วยใจรักห่วงใยฉันท์พี่ๆน้องๆ ว่า  เรามาเริ่มต้นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดดีกว่า คือ การเป็นเพื่อนที่ดี เพราะการเป็นคนรักนั้น มันมีอะไรมากกว่า รัก คือ การสนับสนุนซึ่งกันและกัน  และ เพื่อ ทั้งสองฝ่าย จะเจริญเติบโต ไปสู่น้ำพระทัย และลิขิต ของพระเจ้าได้ จำเป็นต้อง ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุด  คือ น้ำพระทัยของพระเจ้า  ในเรื่องความเชื่อ และหากนิสัยไปด้วยกันไม่ได้จริงๆ ไม่ส่งเสริมกัน ก็หันกลับมาเป็นพี่น้องในพระกาย แต่ ยังคบคุยกันได้ยาวนาน ดีกว่า มาทะเลาะรายวัน หรือ งอนง้อ ทำให้เสียโอกาส รับใช้พระเจ้า และการนมัสการส่วนตัว หรือ เสียความสมดุลย์ในชีวิต ที่มีความสุขไปได้ เพราะอย่าลืมว่า คนทั้งสองคบกัน เพื่อ ชีวิตที่มีความสุขและส่งเสริมกัน ไม่ใช่ เพื่อมาส่งภาระหนักให้แก่กันและกัน ครับ  ดังนั้น การตัดสินใจ ยุติความสัมพันธ์ แบบนี้ เพื่อแต่ละคนไปหา จุดที่ดีที่สุด  แต่ไม่แน่ เมื่อวันหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายโต ขึ่นด้าน จิตใจ และวิญญาณ เราอาจจะเป็น คนรักที่ดีในอนาคตได้ แต่หากวันนี้ เราอธิษฐาน และใคร่ครวญแล้ว รู้สึกว่าไม่ใช่ ก็ควร ให้เกรียติเปิดช่องว่าง ให้อีกฝ่ายได้ค้นหา ตัวเอง และ เสาะแสวงหาพระเจ้าได้ นั่นคือ  ความรักที่แท้จริงครับ เพราะ ความรักย่อมทำทุกสิ่งให้สมบูณร์ครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-216500747134734803?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/216500747134734803/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=216500747134734803&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/216500747134734803'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/216500747134734803'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/04/blog-post_13.html' title='ทำอย่างไร เมื่อ รู้สึกว่า เราสองคนไปด้วยกันไม่ได้'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S8UcpwprHVI/AAAAAAAAAJE/2mCQqZXtmww/s72-c/photo_to_cartoon_multimedia_graphic_editors-25627.gif' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-3679842832422652848</id><published>2010-04-03T09:52:00.003+07:00</published><updated>2010-04-03T09:59:19.327+07:00</updated><title type='text'>ทำอย่างไร เมื่อคนที่เรารู้สึกรัก จากไป?</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S7at6zpJt6I/AAAAAAAAAIU/o9hX6xaLTiU/s1600/AB12.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 134px; height: 200px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S7at6zpJt6I/AAAAAAAAAIU/o9hX6xaLTiU/s200/AB12.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5455739224412764066" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;   เป็นเรื่องธรรมดา ที่เราจะรู้สึกเหมือนหัวใจ ตกวูบ ลงมาที่เท้า กำลังวังชา มันหายไปหมด แก้วน้ำหรือ หนังสือที่ถืออยู่ มันแทบจะหลุดหล่นจากมือลงไปกองที่พื้นโดยเราไม่รู้ตัว เมื่อเราคิดถึงคนที่จากเราไป  ในรูปที่ดี หรือไม่ดี บวกหรือลบ เพราะในตอนนั้น เหตุผลที่จะคิด เรื่อง ถูกผิด น้ำพระทัยพระเจ้า หรือ ไม่ใช่น้ำพระทัย จะเสียหายหรือไม่เสียหาย เราไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น เราคิดอย่างเดียว คือ เราสูญเสีย  อันนี้ ขึ้นอยู่กับ การเลี้ยงดู ประสบการณ์ ของความเข้มแข็งและ การเป็นคนคิดเป็น การเป็นผู้ใหญ่ และ ระดับ อารมณ์ การหล่อหลอม เท่านั้น จะทำให้  คนๆนั้น ลุกขึ้นมาได้เร็ว คิดได้เร็ว และหาเหตุผล มาลบล้างได้เร็ว เพื่อกอบกู้ เอกราช ในใจของตนเอง เพื่อจะลุกขึ้นมา ได้อีกครั้งหนึ่ง จะเร็วจะช้า ก็ไม่เท่ากัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; จึงอยากหนุนใจ น้องๆหนุ่ม สาว  ซึ่งกำลัง อยู่นวัย  รัก แสวงหา จำไว้ว่า หากท่านต้องสูญเสีย คนที่รัก  ไม่ว่า เพราะ ความผิดพลาดของท่าน หรือความผิดของเขา  อย่าเสียใจโดยใช่เหตุ  ผมบอกว่า เสียใจได้ แต่อย่าเสียใจโดยปล่อยให้มันทำลายเรา เพราะมีเหตุผลต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. เราต้องเชื่อว่าทุกอย่าง มีเบื่องบน รับรู้ทุกอย่างและเป็นผู้กำหนด และทรงทราบว่า หากเรา คบและรู้จักกับคนๆนี้ ต่อไป เขา หรือเธอ อาจทำให้เรา หลุด หลงทาง และสูญเสีย มากยิ่งกว่าวันนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.เพราะเราดีมาก จริงใจ จนเขาไม่สามารถปรับตัว เข้ากับความดี ความจริงใจของเราได้ และเขาอาจจะ อยู่ในโลกแห่งความโลเล ไม่กล้า ปรับตัวให้เข้ากับ ความดีของเรา   แต่เขากลับหาเรื่อง ที่จะ แก้ตัวโดยหาคำพูด หรือหาเหตุผล ตามประสามนุษย์ สุดท้าย หาเรื่อง จากเราไป หรือตัวเขาเองกลับผิดพลาด ทำตัว สะดุดตัวเขาเอง คนแบบนี้อย่าคบต่อไป จะทำให้เราปวดหัวบ่อยๆ แทนที่คบแล้วจะอบอุ่นมีความสุขแต่กลับ ต้องมาเคลียร์ ต้องมารอการ ปรับทุกข์กันตลอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. เป็นโอกาส ที่เราจะได้พบกับ คนที่พระเจ้า จะให้คนที่เหมาะกับเราที่สุด จำไว้นะครับ คนที่ เราชอบ ต่างกับ คนที่เหมาะและส่งเสริมเรา บางครั้งเราลืมคิดไปว่า คนที่เรารัก แต่วันหนึ่งนานเข้า เขาไม่ส่งเสริมในสิ่งที่เราเชื่อ เราชอบ เขาจะกลายเป็นมาร ที่เรารู้สึกเอาออกจากชีวิตเรายากไปเลย ดังนั้น คิดไปไกลกว่านี้อีกนิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ช่วงนี้ เพื่อนรอบข้างดีๆ น้องๆ พี่ๆ ที่รักเรา อย่าห่างจากพวกเขา คุณจะเห็นคุณค่า พี่ชายน้องสาวในโบสถ์ ตอนนี้แหละ ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. ความสำเร็จ การแก้แค้นเป็นของพระเจ้า แต่การแก้ตัวเป็นของเรา ตั้งใจเรียนให้เก่ง ทำงานให้สำเร็จ จนวันหนึ่ง  เขาหรือเธอ จะต้องเสียใจ ที่ทิ้งฉันไป เพราะ เขาหรือเธอหารู้ไม่ว่า ได้สูญเสีย คนพิเศษแบบฉัน คนที่ประสบความสำเร็จ คนที่เธอจะไม่ได้ รับความรักและ คนที่รักพระเจ้าแบบฉันมาก่อน ฝันไว้ วันนั้น ฉันจะยืนผงาดขี้น และ มีการงานที่ดี มีเงินใช้ความสำเร็จ เป็นคนที่ใช้การได้ อีกทั้ง มีคนทที่ทรงจัดเตรียมให้ ดีและมากกว่าทูลขอหรือคิดเสียอีก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. เข้าร่วมกิจกรรม ของโบสถ์ ช่วงนี้จะเป็นพลังมาก เพราะ เป็นช่วง ที่ไม่มีอะไรถ่วงเราอีกแล้ว ฮาเลลูยา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.สำหรับผม หากท่าน ยังรู้สึกโดยหา ทรมาน และขาดพลัง เพราะได้เห็นวัสดุ อุปกรณ์ ที่เคยให้เคยใช้ร่วมกัน หรือ คิดถึงอดีคอันหวานชื่น แค่กลับ ยิ่งเศร้าโศก ขอแนะนำให้อดอาหารอธิษฐาน และขอให้มันจบ ลบเบอร์โทรศัพท์ วัตถุอุปกรณ์ ภาพ ทิ้งราบคาบ ไม่ให้มีเหลืออีกต่อไป เพราะชีวิตที่สองไม่มีอดีต โอกาสที่สองของเธอหมดไปแล้ว เพราะฉันเกิดมาเพื่อก้าวไปข้างหน้า ไขว่คว้า สิ่งที่พระเจ้าประทานเท่านั้น และเผาสะพานที่จะกลับมาสู่ถนนแห่งวังวนเสียใจกับเขาหรือเธออีกต่อไป เพราะเชื่อว่า หากเขาหรือเธอ เป็นคนที่พระเจ้าประทาน จะไปอยู่ขั่วโลกไหน เผาทิ้งทุกอย่าง พระองค์ก็จะมีวิธีการให้มาพบจนได้ แต่มันไม่ใช่ เก็บทุกอย่างไว้เทิดทูน อาลัย ก็ยิ่งเจ็บปวดเปล่าๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. เป็นตัวของตัวเอง อย่าเป็นเหมือนหนู ติดบ่วงแล้วพยายาม โทร เคลียร์ หรือ รอ เมสเสจ อีเมลล์ จำไว้ว่า หากเขา เชื่อใจในเรา รักเราจริง เราไม่ต้องเคลียร์ เขาก็จะเชื่อในเรา และ เห็นถึงคุณค่าของเรา ติดต่อเราสม่ำเสมอ หากเขาไม่ให้คุณค่าแก่เรา ไม่เข้าใจเรา แม้ท่านจะพยายาม เคลียร์ ทำทุกอย่าง ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่า ท่านเป็นอย่างที่เขาคิด และพยายามแก้ตัว เขายิ่งรำคาญ และไม่เห็นคุณค่าท่าน และดูถูกท่าน อย่าดูถูกพระองค์ผู้ทำกิจในท่านสิครับ นิ่งและอธิษฐานและดำเนินชีวิตอย่างปกติต่อไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     ขอจบด้วย  จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้า  และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า  และพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น อย่าคิดว่าตนฉลาด  จงยำเกรงพระเจ้า  สุภาษิต 3:5-8&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-3679842832422652848?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/3679842832422652848/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=3679842832422652848&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/3679842832422652848'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/3679842832422652848'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/04/blog-post_03.html' title='ทำอย่างไร เมื่อคนที่เรารู้สึกรัก จากไป?'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S7at6zpJt6I/AAAAAAAAAIU/o9hX6xaLTiU/s72-c/AB12.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-5760722826009768913</id><published>2010-04-01T22:31:00.004+07:00</published><updated>2010-04-02T07:02:20.638+07:00</updated><title type='text'>วิธีกำจัดความเหงา</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S7S8lNhSZlI/AAAAAAAAAIM/QEgDVR1_rS4/s1600/will-love5.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 200px; height: 154px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S7S8lNhSZlI/AAAAAAAAAIM/QEgDVR1_rS4/s200/will-love5.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5455192396122973778" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ประการแรก ทำสิ่งที่บันเทิงใจ  เรามักจะมีงานอดิเรกไม่เหมือนกัน  โดยเฉพาะตัวผม ทุกเช้า ประมาณ เจ็ดโมงเช้า ผมจะตื่นขึ่นมา พร้อมกับชงกาแฟ ร้อนๆแก้วนึง แล้ว จะนั่งจิบไปดูปลา หางนกยูงหลากสี ที่เลี้ยง อยู่ใน กระถางกระเบื้อง ผมซื้อมาสามสี่คู่ ปัจจุบัน มันออกลูกหลาน ประมาณห้าสิบตัว  จากนั้น กาแฟเริ่มหมดแก้ว ผมเริ่มเอาสายยางฉีดน้ำต้นไม้  ผมเห็น ความเจริญเติบโตของมัน  จากเมื่อก่อนต้นเล็กๆ วันนี้ มันโตขึ่น และผมก็ให้อาหารปลา เสร็จสรรพเรียบร้อย ผมก็ อาบน้ำ ไปส่งภรรยาต่อรถไฟฟ้าไปทำงาน แล้วกลับมา อ่านหนังสือ เฝ้าเดี่ยว &lt;br /&gt;ประการที่สอง สร้าง ความตื่นเต้น ดีใจแก่ตน  ผมจะตื่นเต้น ดีใตเมื่อไกล้ค่ำ เพราะรู้ว่า เวลาพักผ่อน เวลานอนมาถึงแล้ว เพราะการนอน พระเจ้าเป็นผู้ประทานให้ และคาดหวังพระองค์จะตรัสกับผม ทางความฝัน  ผมชอบเขยนบทความ ที่เป้นการกลั่นกรอง ในประสบการณ์ และ การรับใช้มายาวนาน อยากจะเขียนแบ่งปันให้รุ่นน้องๆได้อ่าน  ผมจึงจะตื่นเต้น เมื่อลืมตาขึ่นมายามเช้า เพราะผมจะได้สร้างสรรค์ กับงานไหม่ๆ ผมชอบที่จะรับใช้ เพราะมันเป็นการอัศจรรย์ ที่เกินคาด  ในสิ่งที่พระอค์ทรงทำ ผมมักจะ ชอบ ทำสิ่งไหม่ๆ เพราะมันลับสมอง และท้าทาย ความเพียร พยายาม และเห็นจนกว่าความสำเร็จมาถึง ผมชอบ อะไร ที่เป็นสิ่งไหม่ๆ ที่ท้าทายที่จะทำและสนุกกับมัน เพราะมัน ทำให้ผมกระตือรือล้น เนื่อง จากเป็นึนคน บวก ท้าทาย เลยมีอะไรไหม่ๆท้าทายตลอด  กำจัดความเหงาไปได้ดี  &lt;br /&gt;ประการที่สาม ทำอย่างเต็มที่  ทำไมเราจึงเหงา ? ก็เพราะ เรา ไม่ทำงานของเราเต็มที่ เราไม่เห็นถึงความสำเร็จ เรา ไม่เชื่อว่า สิ่งที่เรากำลังทำนั้นมีค่า แต่อย่าลืมว่า ทุกอย่างในชีวิต มันมีผลต่ออนาคตหมดเลยครับ เหมือนคนก่อปราสาท มหาราชวัง  มันต้องเริ่มจากอิฐก้อนที่หนึ่ง ก้อนเดียว  เพราะหากคนสร้างปราสาทเขาไม่ท้อตั้งแต่การก่ออิฐก้อนแรก  เพราะเขารู้ว่า เขากำลังจะสร้าง ปราสาท ราชวัง  แต่หากเขาไม่รู้ก่อทำไม แค่กำแพงก็ไม่สำเร็จครับ &lt;br /&gt;ประการที่ห้า  ดูแลและรักตัวเอง  หากท่านไม่อยากเหงา จง หางานอดิเรก ที่ตัวเองชอบ และสะสม ปลา ต้นไม้ ราคาถูก หรือผมชอบ สะสมหูฟัง ครับ มีมากมาย ค่อยๆเก็บเงินซื้อ  ก็ใจรัก นิ ซื้อในราคาที่ตัวเองสู้ไหว  &lt;br /&gt;ประการที่หก  ทักทายเพื่อนๆ น้องๆ รอบข้างที่ดีกับเรา คิดถึงเขาก่อน แล้วพวกเขาจะคิดถึงท่าน อย่าเป้นคนที่รอ ให้คนอื่น ต้องทักต้อง โทร ต้อง เข้าหาท่านก่อน แบบนี้แหละ ท่านก็จะพบความเหงาได้ง่ายเพราะ ท่านจะได้รับ อย่างที่ท่านได้หว่านออกไปครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-5760722826009768913?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/5760722826009768913/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=5760722826009768913&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/5760722826009768913'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/5760722826009768913'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/04/blog-post.html' title='วิธีกำจัดความเหงา'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S7S8lNhSZlI/AAAAAAAAAIM/QEgDVR1_rS4/s72-c/will-love5.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-239563383032494762</id><published>2010-03-30T10:47:00.002+07:00</published><updated>2010-03-30T10:53:26.586+07:00</updated><title type='text'>เมื่อไหร่ฉันควรจะแต่งงานดี?</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S7F1YbobSUI/AAAAAAAAAIE/8LBc5tAG5mc/s1600/F-GB34.JPG"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 200px; height: 134px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S7F1YbobSUI/AAAAAAAAAIE/8LBc5tAG5mc/s200/F-GB34.JPG" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5454269686317009218" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;คุณค่าของการแต่งงาน&lt;br /&gt;1.การแต่งงานเป็นวิธีที่พระเจ้าประทานความสุขให้มนุษย์ หลังจากความผิดพลาดบาปของมนุษย์ในสวนเอเดน (ปฐก.1:28)&lt;br /&gt;2พระคัมภีร์กล่าวว่า ใครพบภรรยาดีก็พบสิ่งที่ดีและเป็นที่ชอบพระทัยของพระเจ้า (สภษ.18:22)&lt;br /&gt;3.การแต่งงาน อย่าเป็นไปอย่างเร่งรีบ พระเจ้าไม่รั้งรอในการที่จะตั้งครอบครัวคริสเตียนและสืบสกุลลูกหลาน ที่จะเป็นที่ให้ความสุขได้&lt;br /&gt;4.สถาบันการแต่งงานได้จัดตั้งขึ้น ในสมัยตั้งแต่บรรพบุรุษมานานเก่าก่อนและเป็นสถาบันที่เก่าแก่กว่าคริสตจักรและการปกครอง&lt;br /&gt;5.เราอยู่ในสถานการณ์ที่ต่ำทรามลงกว่ามาตรฐาน ดังนั้น ครอบครัวการแต่งงานจึงแตกหักได้ง่าย มาตรฐานของพระเจ้าที่ทรงประทานให้เราจึงไม่ควรเปลี่ยนแปลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุผลที่ต้องแต่งงาน&lt;br /&gt;การแต่งงานเกี่ยวข้องกับแผนงานของพระเจ้า&lt;br /&gt;เป็นน้ำพระทัยพระเจ้าที่สร้างหญิงม่ายเพื่อช่วยชาย(ไม่แน่ใจว่าคือไร)&lt;br /&gt;การมีครอบครัวที่เป็นคริสเตียน เป็นการ&lt;br /&gt;เชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้า (ปฐก.1:28) พระเจ้าตรัสว่า “จงมีลูกดกเต็มแผ่นดิน”&lt;br /&gt;เพื่อมีคู่อุปถัมภ์ (ปฐก.2:18) พระเจ้าตรัสว่า  “ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่ชายจะอยู่คนเดียว”&lt;br /&gt;เพื่อเป็นผู้สนับสนุนช่วยเหลือ สองคนดีกว่าคนเดียว ถ้าอีกคนล้มลง อีกคนหนึ่งจะพยุงกัน ให้ลุกขึ้น (ปญจ.4:9-10) พระเจ้าทรงให้คนทั้งสองเป็นกายเดียวกัน (ปฐก.2:24)&lt;br /&gt;ทำให้พึงพอใจในด้านชีววิทยา (เพศ, อารมณ์ของมนุษย์ควรดูแลเอาใจใส่ให้อบอุ่น) มนุษย์เกิดมาต้องการสิ่งที่ดี การแต่งงานที่บริสุทธิ์และถูกต้องตามกฎหมายจะศักดิ์สิทธิ์ได้ด้วยพิธีแต่งงาน&lt;br /&gt;เพื่อพงศ์พันธุ์ของมนุษย์ (ปฐก.1:28, 9:1)&lt;br /&gt;คริสเตียนควรแต่งกับคริสเตียน&lt;br /&gt;2คร.6:14 อย่าเข้าเทียมแอกกับผู้ที่ไม่เชื่อ&lt;br /&gt;คนชอบธรรมกับคนอธรรมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้ว เขาจะรับใชัพระเจ้าได้อย่างไร ในเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งรับใช้ซาตานและความบาป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่งงานเมื่อไหร่&lt;br /&gt;เมื่อพระเจ้าทรงนำ หลังจากที่อธิษฐานอย่างมากและแสวงหาน้ำพระทัยของพระองค์แล้ว&lt;br /&gt;เมื่อรู้จักคนรักเพียงพอ รู้ว่าเขา/เธอชอบหรือไม่ ชอบอะไร อย่ารีบเร่งเกินไปจะอันตราย&lt;br /&gt;รอคอยจนกว่าจะรักเขาจริง การแต่งงานเพื่อชีวิตและการอยู่ร่วมกันสร้างสรรค์ความรัก (1คร.13)&lt;br /&gt;จะทำให้ครอบครัวมีสุข&lt;br /&gt;ระหว่างรอคอย ให้ระวังการผิดทางจริยธรรมเพราะจะทำให้เกิดความขมขื่นและทำลายชีวิตการแต่งงานให้ล้มเหลวและไม่มีความสุขได้&lt;br /&gt;จ.  รอคอยจนกว่าอายุจะเหมาะสมที่จะแต่งงาน การแต่งงานเป็นเรื่องของคนที่เป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่เด็กเพราะต้องสนใจรับผิดชอบ และสามารถตอบสนองความต้องการของกันและกันได้&lt;br /&gt;ช.  การแต่งงานต้องการร่างกายที่แข็งแรง คู่แต่งงานต้องการการเอาใจและความรัก&lt;br /&gt;ซ.  รอเวลาที่จะได้รับความเห็นชอบจากผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิง&lt;br /&gt;ฌ. รอคอยการเงินจนกว่าจะมั่นคง แต่ไม่ใช่ว่าจนกว่าจะร่ำรวย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การสมรสที่มีความสุข&lt;br /&gt;1. พื้นฐานการแต่งงานที่ประสบความสำเร็จที่แท้จริงเกิดจากการยินยอมและการตกลงของทั้งสองฝ่าย บิล บรันเนอร์ นักสังคมศาสตร์ที่มีชื่อเสียงกล่าวว่า “ความสัตย์ซื่อต่อกันทั้งในทางความประพฤติและทางใจ เป็นคุณธรรมที่ประกันความยั่งยืนแห่งชีวิตการสมรส”&lt;br /&gt;2. ควรมีเป้าหมายเป็นครอบครัวคริสเตียนที่แท้จริง คือสามีเป็นศีรษะของครอบครัวและภรรยา เป็นผู้ช่วยในครอบครัว&lt;br /&gt;3. ควรมีพื้นฐานในชีวิตทุกขณะคือ การคาดหมาย อย่ารอเวลา รอคอยให้สั่งเพราะการแต่งงานไม่ใช่การทดลองเวลาสั้นๆแต่ระยะยาว&lt;br /&gt;4. ความสุขจากการแต่งงานตามพระวจนะของพระเจ้าคือ “ลูก” ที่พระองค์ประทานให้ (สดด.127:3-5)&lt;br /&gt;5. แท้จริงความรักเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในการสมรส (อฟ.5:25) สามีควรรักภรรยา (ตต.2:4)นู๋ว่าข้อพระคำเหมือนจะผิด และภรรยาควรรักสามี&lt;br /&gt;6. การหมั้นนั้นเป็นสิ่งที่มีเกียรติยศ และน่ายินดีและการแต่งงานเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น หนุ่มจึงควรเข้าสู่พิธีแต่งงาน ให้พิจารณาเห็นถึงความสำคัญ&lt;br /&gt;7. อย่ารบเร้าให้รีบเร่งการแต่งงาน อย่าหนีตามกันไปและอย่าอยู่ร่วมกันเฉยๆ&lt;br /&gt;8. ทั้งคู่ควรยินยอมให้การแต่งงานเลื่อนไปจนกว่าจะมีอายุเป็นผู้ใหญ่อย่างแท้จริง&lt;br /&gt;9. ควรแสดงท่าทีอยู่เสมอว่า ในการกระทำ การแสดงออก แต่ไม่ใช่เกี่ยวกับด้านร่างกายหรือด้านเพศ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-239563383032494762?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/239563383032494762/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=239563383032494762&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/239563383032494762'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/239563383032494762'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post_1398.html' title='เมื่อไหร่ฉันควรจะแต่งงานดี?'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S7F1YbobSUI/AAAAAAAAAIE/8LBc5tAG5mc/s72-c/F-GB34.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-4220520400588467908</id><published>2010-03-30T10:34:00.001+07:00</published><updated>2010-03-30T10:47:08.938+07:00</updated><title type='text'>การปฏิบัติตนต่อคู่รัก-คู่หมั้น</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S7F0MUhwxEI/AAAAAAAAAH8/zZFCduthtEg/s1600/A16.jpg"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;width: 150px; height: 200px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S7F0MUhwxEI/AAAAAAAAAH8/zZFCduthtEg/s200/A16.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5454268378739950658" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;จากคู่รัก สู่ คู่หมั้น (เราจะแสดงตัวว่าเป็นคู่รักกันเมื่อไหร่?)&lt;br /&gt;จากการที่ทั้งสองรู้จักศึกษากันตามสมควร เมื่อเห็นว่า พระเจ้าทรงนำและไตร่ตรองดีแล้ว ควรแสดงตัวได้&lt;br /&gt;ไม่ควรเลิกคบเพื่อนต่างเพศเก่าๆ แต่ให้มีมนุษยสัมพันธ์พอดีๆไม่ปล่อยตัว&lt;br /&gt;ควรจะทำความรู้จักกันมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการวางรากฐาน ฐานะชีวิตสมรส&lt;br /&gt;แสดงความรักไม่เกี่ยวกับร่างกายแม้แต่น้อย ไม่ควรยุ่งเกี่ยวด้านร่างกาย ควรสงวนสิทธิพิเศษนี้ไว้หลังแต่งงาน เกลือกว่าความรัก จะกลายเป็นความเกลียด และความยอมรับนับถือต่ำลง (2ซมอ.13:15) แต่เกี่ยวข้องกับการให้คำปรึกษา, ความสนใจสนทนา, ให้ของขวัญเล็กๆน้อยๆ&lt;br /&gt;ควรอยู่ในสายตาผู้ใหญ่&lt;br /&gt;ไม่ไปไหนสองต่อสองลับตาคน (ควรไปที่ที่เปิดเผย มีความรับผิดชอบ เคารพต่อกันและกัน)&lt;br /&gt;สัตย์ซื่อในการไปหาที่ปรึกษาประจำ&lt;br /&gt;ควรเป็นเวลาที่ประกาศต่อสังคมว่าทั้งคู่เป็นแฟนกันก่อนล่วงหน้าประมาณหนึ่งปี&lt;br /&gt;ทั้งคู่ทำความคุ้นเคย ค้นหาสิ่งที่จะช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันในการสมรส&lt;br /&gt;เป็นการดีจะสัญญา ให้ความแน่ใจต่อคู่หมั้น โดยบอกหรือคุยแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการแต่งงาน&lt;br /&gt;ระวัง หลีกเลี่ยง การจูบ การพลอดรัก อารมณ์ทางเพศ การยั่วเย้า และระวังสถานที่ไป ที่จะนำไปสู่การทดลอง และการกระทำที่เสื่อมทราม&lt;br /&gt;ไม่ควรกีดกั้นสิทธิพิเศษของคู่รักส่วนตัว เช่น การอธิษฐาน แจกใบปลิว เป็นพยาน การรับใช้พระเจ้า ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในอนาคต (แต่ต้องแบ่งเวลา มีวินัยถูกต้อง)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-4220520400588467908?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/4220520400588467908/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=4220520400588467908&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/4220520400588467908'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/4220520400588467908'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post_30.html' title='การปฏิบัติตนต่อคู่รัก-คู่หมั้น'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S7F0MUhwxEI/AAAAAAAAAH8/zZFCduthtEg/s72-c/A16.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-6223461090604688511</id><published>2010-03-23T10:09:00.002+07:00</published><updated>2010-03-23T10:21:40.596+07:00</updated><title type='text'>เพื่อนรายวันก็สำคัญเท่าแฟน</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S6gxXt70g0I/AAAAAAAAAGs/EHD2ZBv6fBs/s1600-h/WM12.JPG"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;width: 134px; height: 200px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S6gxXt70g0I/AAAAAAAAAGs/EHD2ZBv6fBs/s200/WM12.JPG" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5451661632469238594" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนรายวันก็สำคัญเท่าแฟน&lt;br /&gt;ขณะที่ท่านยัง ไม่ได้แต่งงาน คบหาแฟนอยู่ และยังไม่มั่นใจว่าจะแต่งงานกันหรือ จะหมั้นกัน สรุปง่ายๆคือ การคบกันระดับหนึ่ง แต่ยังให้คำตอบไม่ได้ ถึงความแน่นอน แต่ก็รักชอบกัน  แต่ในระยะนี้ อุปนิสัยบางอย่างที่เราจะเริ่ม พบก็คือ ความสม่ำเสมอ และอีกระยะที่ยาวนานคือ ความทุ่มเท  ในการสื่อสาร สนใจอาจจะห่างไป หนุ่มสาวหลายคู่ เริ่มเกิดความสงสัย ระหองระแหง หรือแคลงใจ แมสเสจ ที่เคยส่งมาประจำ เริ่มไม่ค่อย ส่ง  การโทรศัพท์ที่โทรมาทุกวัน เริ่มห่างๆ จาก หนึ่งวัน สองวัน หรือ เป็นสัปดาห์ แต่เราต้องเข้าใจก่อนว่า ระยะเวลานี้ ทั้งคู่ยังมีสิทธิ ที่จะมีเพื่อน  บางคน ปักใจปักหลัก รอและรอ จนไม่เป็นอันกินอันนอน พลังในการอธิษฐานหมดไป ไม่มีใจอ่านพระคัมภีร์ ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ในการทำงาน ทุกอย่างดูเหมือนนาฬิกาถ่าน ที่มันใกล้จะหมด และหยุดหมุน  และเราก็รู้สึกว่า เรียกร้องอะไร ไม่ได้ กลัวจะเป็นปัญหา ประเด็นใหม่ขึ้นมา ในการทะเลาะและเข้า ใจกันผิด หรือ อีกฝ่าย คิดอย่างไรเราก็ไม่รู้  ก็ทำไมละ เพราะท่านทั้งสองคนยังเป็นแค่แฟนระยะเริ่มต้น ยังไม่มีอำนาจ ทางกายซึ่งกันและกัน  อาการ ที่ตามมาก็คือ ความเหงา ความว่างเปล่า เหมือนอยู่ตัวคนเดียว &lt;br /&gt; การแก้ไข ก็คือ เพื่อน รอบข้าง ไงละครับ ในความหมายคำว่าเพื่อนของผมนั้น อาจแตกต่างกับท่าน เพราะ คำว่าเพื่อนของผม คือ บางคนอาจจะอายุมากกว่า การงานสูงกว่า แต่ เวลาเราคุยกัน คบกัน เปรียบเสมือนเพื่อน เอาอายุ และหน้าที่การงานออกไป  เชื่อไหมว่า บางท่าน ยังเป็นเพื่อนที่ คุยสนุกเหมือนวัยเดียวกัน และต่างกับเพื่อนบางคนที่อายุเท่ากัน แต่คุยไม่เข้ากันเลย หรือ เพื่อนรุ่นน้อง ที่อายุน้อยกว่า กลับเป็นผู้ใหญ่กว่า เพื่อนบางคนที่วัย และหน้าที่การงานเท่ากัน แต่กลับคุยไม่รู้เรื่อง &lt;br /&gt; หากท่าน คิดแบบผมได้ จะเห็นว่า เพื่อน รอบข้างเรา เต็มไปหมด แต่ละวัน พระเจ้าจะทรงนำใคร ที่จะเข้ามา คุย ให้เราเปิดใจรับ สิ่งใหม่ๆ อย่าปิดโอกาส ที่ดีในชีวิตเพราะคนๆเดียวเลยครับ เพราะเราต้องมีความสุข เพื่อสุขภาพจิตใจที่ดี ก็มีผล ต่อรางกายที่ดีด้วย ดังนั้น เราจะมีเพื่อน สามระดับ คือ ระดับใกล้ชิด ที่พูดคุย แบ่งปันกันทุกวัน ระดับห่างๆ ก็นานๆคุยทุกกันโทรบ้าง ระดับนี้ก็สลับกันไปมา และระดับ แวะทักทย คือ นานๆก็แวะมาทักโทรมาคุย สรุปหาก เรา รักษาความสัมพันธ์ได้ทั้งสามระดับ อย่าปฎิเสธ เพวกเขา เมื่อท่าน เริ่มจะมีแฟน วันหนึ่ง แฟนท่าน เขาเริ่ม แสดง นิสัยหรือมีอาการเครื่องรวน ไม่สม่ำเสมอ หรือมีเหตุผลอะไร สักอย่าง ที่จะสื่อสาร ติดต่อกับท่าน เพื่อนราย วัน ทั้งสามระดับ ที่จะนำอะไรใหม่ๆ และเติมเต็มอย่างน้อย ก็รู้ว่า มีคนคิดถึงท่าน ชดเชย แฟน หรือคนที่เราคิดว่า รัก ได้ เป็นร้อยเท่า  แล้วท่านกล้าคิดมุมมองใหม่ไหมละครับ ว่า ยังมีคนดีๆโอกาสดีๆรอบข้าง ที่พระเจ้าจะนำมา ให้แก่ท่าน และรักษา สัมพันธ์อันดีนี้ไว้ ให้ยาวนาน จนกว่าท่านจะแต่งงานกันค่อยว่ากันอีกที เพราะตอนนั้น การทุ่มเท ให้แก่ครอบครัวเป็นที่หนึ่งแล้ว เรื่อง เพื่อนสามระดับ ค่อยว่ากันอีกที สำหรับบางท่าน วันนี้เอาตัวให้รอดจาก ความเหงา การรอคอย ใครบางคนเสียก่อน ที่พลังในตัวท่านจะหมดไป และอย่าลืม เปิดโอกาสสิ่งใหม่ๆ ที่พระเจ้าให้แก่ท่านละครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-6223461090604688511?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/6223461090604688511/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=6223461090604688511&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/6223461090604688511'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/6223461090604688511'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post_6533.html' title='เพื่อนรายวันก็สำคัญเท่าแฟน'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S6gxXt70g0I/AAAAAAAAAGs/EHD2ZBv6fBs/s72-c/WM12.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-9005070705710667601</id><published>2010-03-23T10:07:00.004+07:00</published><updated>2010-03-23T10:22:43.961+07:00</updated><title type='text'>วิธีป้องกันการทดลอง</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S6gwhXgF1gI/AAAAAAAAAGk/P6hI_Uc0r8w/s1600-h/Grapix-H29.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 128px; height: 200px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S6gwhXgF1gI/AAAAAAAAAGk/P6hI_Uc0r8w/s200/Grapix-H29.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5451660698734417410" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก.อย่าประมาทคิดว่าตนควบคุมอารมณ์ได้&lt;br /&gt;     ตัวอย่าง  ดาวิดผู้รับใช้พระเจ้าที่รักพระเจ้ามากที่สุดเข้มแข็งที่สุดก็ล้มลงเพราะเรื่องนี้ แซมสัน บุคคลที่แข็งแรงที่สุดในโลก ก็ล้มเพราะเรื่องนี้ ซาโลมอน บุคคลที่ฉลาดและมีความเข้าใจที่สุดในด้านสติปัญญาก็ล้มมาแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระคัมภีร์สอนไว้ว่าอย่างไร (2ทธ.3:2)&lt;br /&gt;ข.ควรที่จะจดจำพระดำรัสพระคำพระเจ้าหมกมุ่นในทางบริสุทธิ์ (สดด.119:1)&lt;br /&gt;ตัวอย่าง  องค์พระเยซูคริสต์&lt;br /&gt;อยู่ใต้การปกครองของพ่อแม่ และทรงสนพระทัยในทางพระศาสนา (ลก.2:51,52)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค.อย่าให้โอกาสแก่มาร (อฟ.4:27)&lt;br /&gt;ต่อไปนี้เราจะศึกษา มาดูขั้นตอนการล้มลงของดาวิด (2ซมอ.11:1-5)&lt;br /&gt;1 เวลาว่าง &lt;br /&gt;2 มอง&lt;br /&gt;3 ดู&lt;br /&gt;4 ลงมือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ง.อย่าปล่อยเวลาให้ว่าง (11:2)&lt;br /&gt;เราจะดูว่าดาวิดไม่ไปรบเพราะเป็นฤดูรบ เป็นเวลาที่ทหารทุกคนจะไปรบ แต่ดาวิดไม่ไป จึงเข้าสู่การทดลอง&lt;br /&gt; “2ทิโมธี 2:22 ฝ่ายผู้ชายควรอธิษฐานทุกแห่งด้วยใจบริสุทธิ์”&lt;br /&gt;จ. อย่าเก็บไปคิด  (11:2)   ดาวิดได้เลี้ยงดูส่งเสริมความคิด เมื่อมองเห็นบัชเชบาอาบน้ำ&lt;br /&gt;สุภาษิต 4:23 ในฉบับ KING JAMES  แปลว่า  “เขาคิดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น”&lt;br /&gt;สดุดี 1:2 ควรภาวนาพระคำพระเจ้าทั้งกลางวันและกลางคืน&lt;br /&gt;มัทธิว5:29 ถ้าตาขวาของท่านหลงผิดให้ควักทิ้งเสีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉ.ลงมือปฏิบัติ (11:3-5)&lt;br /&gt;มัทธิว5:30&lt;br /&gt;บาปอย่างที่หนึ่ง ดาวิดล่วงประเวณี๊ (11:4)&lt;br /&gt;บาปอย่างที่สอง  ดาวิดฆ่าคน (11:14)&lt;br /&gt;ช.อย่าคิดว่าพระเจ้าเป็นความรักไม่ลงโทษ&lt;br /&gt;แม้ดาวิดจะกลับใจ พระเจ้ายกโทษให้ (12:13)&lt;br /&gt;ผลตอบสนองที่หนึ่ง  เด็กที่เกิดมาตาย  (2ซมอ.12:16)&lt;br /&gt;ผลตอบสนองที่สอง  ลูกสาวถูกข่มขืน  (2ซมอ.13:1-15)&lt;br /&gt;ผลตอบสนองที่สาม  ภรรยาดาวิดถูกลูกชายเข้าร่วมนอนด้วย  (2ซมอ.16:21-22)&lt;br /&gt;ผลตอบสนองที่สี่  ลูกชายกบฎ  (2ซมอ.15:1-35)&lt;br /&gt;  ด้วยเหตุนี้เอง การที่หนุ่มสาวพบปะกันนั้น ขณะรู้จักและเป็นคู่รักกัน&lt;br /&gt;ระวังสถานที่ โอกาส&lt;br /&gt;ควรคุยเรื่องที่เป็นประโยชน์นอกเหนือจากเรื่องเพศ การยั่วเย้าหยอกล้อ ซึ่งนำไปสู่การคิด การทดลอง&lt;br /&gt;อย่าพรอดรักกัน&lt;br /&gt;ให้เกียรติแก่ฝ่ายตรงข้าม ไม่หื่นกระหายด้วยอารมณ์เป็นที่ตั้ง&lt;br /&gt;ซ.เอาชนะการทดลองด้านเพศ&lt;br /&gt;ควรหมั่นอธิษฐานถืออดอาหาร&lt;br /&gt;มีชีวิตติดสนิทกับพระเจ้า&lt;br /&gt;อธิษฐานทุ่มเทศึกษาพระคัมภีร์&lt;br /&gt;ร่วมกิจกรรมรับใช้งานคริสตจักร&lt;br /&gt;ให้ผู้ใหญ่ร่วมรับรู้และอธิษฐานเผื่อผู้อื่น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-9005070705710667601?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/9005070705710667601/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=9005070705710667601&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/9005070705710667601'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/9005070705710667601'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post_9463.html' title='วิธีป้องกันการทดลอง'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S6gwhXgF1gI/AAAAAAAAAGk/P6hI_Uc0r8w/s72-c/Grapix-H29.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-899705207471494331</id><published>2010-03-23T10:03:00.000+07:00</published><updated>2010-03-23T10:05:47.677+07:00</updated><title type='text'>การทดลองทางเพศ</title><content type='html'>วัยรุ่นกับการทดลองทางเพศ&lt;br /&gt;1.ความเข้าใจเรื่องเพศ&lt;br /&gt;ปฐมกาล 2:18-25 พระเจ้าสร้างล้วนแต่ดี&lt;br /&gt;เพศเป็นสิ่งบริสุทธิ์ พระเจ้าสร้างมาเพื่อมนุษย์ เพื่อจะมอบความสุขให้แก่กันและกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในความคิดจากจิตวิญญาณ ปฐก.2:24&lt;br /&gt;เพศเป็นสิ่งที่ดี พระเจ้าทรงประทานให้ เพื่อให้มนุษย์จะขยายพันธุ์ของมนุษย์ตามพระพรที่พระองค์ประทานให้ ปฐก.1:28&lt;br /&gt;เพศไม่ใช่สิ่งเลวร้าย แต่มนุษย์ทำบาป โน้มแนวความคิดจึงกระทำในสิ่งที่ไม่ดี ปฐก.5:5&lt;br /&gt;II. สิ่งที่คู่รักต้องเข้าใจ&lt;br /&gt;    โดยเฉพาะการรู้จักกัน การเป็นคู่รักกัน การเป็นคู่หมั้นกันและก่อนแต่งงาน พระคัมภีร์ได้เตือนไว้ใน 2 ตอนอย่างน้อย&lt;br /&gt;ก.ความบริสุทธิ์ (1ธส.4:3-6)&lt;br /&gt;     “นี่แหละเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าให้ท่านเป็นคนบริสุทธิ์ เว้นเสียจากการล่วงประเวณี ให้ท่านทุกคนรู้จักมีภรรยาในทางบริสุทธิ์และในทางมีเกียรติ&lt;br /&gt;*มิใช่ด้วยราคะตัณหาเหมือนคนต่างชาติที่ไม่รู้จักพระเจ้า&lt;br /&gt;*อย่าให้ผู้ใดทำล่วงเกินและทำผิดต่อพี่น้องในเรื่องนี้เลย เพราะพระเจ้าจะทรงลงโทษคนที่กระทำผิดอย่างนั้น “ใครปัดกฎนี้ทิ้งก็เหมือนปัดกฎขององค์พระผู้เป็นเจ้า”&lt;br /&gt;ข.การสมรส  (ฮีบรู.13:4)&lt;br /&gt;*เป็นที่นับถือต่อคนทั้งปวง&lt;br /&gt;*ให้เตียงสมรสปราศจากความชั่วช้า เพราะคนมีชู้&lt;br /&gt;*คนล่วงประเวณีนั้นพระเจ้าทรงพิพากษาเขา&lt;br /&gt;ตัวอย่าง  ดาวิดกับบัทเชบา เมื่อท่านทำผิดต่อพระเจ้า ทรงตีสอนและมีผลต่อการปกครองภายในครอบครัว และประเทศชาติของท่าน เนื่องจากบาปต่อไปนี้&lt;br /&gt;ล่วงประเวณี / แย่งภรรยาอุรีอาห์&lt;br /&gt;ฆ่าคนทางอ้อม / วางแผนฆ่าอุรีอาห์&lt;br /&gt;           โทษที่พระเจ้าทรงตีสอนคือ&lt;br /&gt;*ลูกตาย&lt;br /&gt;*ลูกชายกบฎ (อับซาโลม)&lt;br /&gt;*ลูกชายแย่งบัลลังก์ (อัมโมน)&lt;br /&gt;*ลูกชาย-หญิง ข่มขืนกัน (อัมโนน-ทามาร์)&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;III.สิ่งที่คู่รักควรระวัง คือ&lt;br /&gt;ก่อนแต่งงาน สิ่งที่คู่รักควรปฏิบัติต่อกันนั้น ไม่ควรเกี่ยวข้องด้านร่างกาย เพราะยังไม่ใช่เวลาของมัน&lt;br /&gt;ควรหลีกเลี่ยงจากคำพูดวาจาที่ยั่วเย้านำไปสู่การทดลอง ดังนั้นควรอยู่บนพื้นฐานพระวจนะ ศึกษาอย่างจริงจังและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด&lt;br /&gt;ภาพบันไดสู่การบาป “ล่วงประเวณี”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1การจับมือถือแขน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                         2 กอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                                       3   จูบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                                                    4  ล่วงประเวณี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ขั้นแรก การจับมือถือแขนดูตื่นเต้น ต่อไปก็กลายเป็นธรรมดา นำไปสู่การกอดและเมื่อเห็นว่าหมดความตื่นเต้น ก็จะก้าวลงสู่การทดลองที่อันตราย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-899705207471494331?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/899705207471494331/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=899705207471494331&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/899705207471494331'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/899705207471494331'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post_6119.html' title='การทดลองทางเพศ'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-8862948645830193756</id><published>2010-03-23T09:52:00.001+07:00</published><updated>2010-03-23T09:56:01.234+07:00</updated><title type='text'>จะพิสูจน์รักแท้ได้อย่างไร?</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S6gtudw-6yI/AAAAAAAAAGc/KyBi9ztQMlE/s1600-h/F-GB32.JPG"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;width: 200px; height: 134px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S6gtudw-6yI/AAAAAAAAAGc/KyBi9ztQMlE/s200/F-GB32.JPG" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5451657625219296034" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;จะพิสูจน์รักแท้ได้อย่างไร?&lt;br /&gt;1.เกิดขึ้นได้โดยอาศัยเวลาที่ยาวนาน เกิดความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ทั้งยอมรับข้อผิดพลาดกันและกันได้&lt;br /&gt;2ความรักที่แท้จริงจะสงบเงียบ ปลอดโปร่ง สามารถพึ่งพาได้ ยกย่อง อิ่ม ปิติสมบูรณ์ เมื่ออยู่ด้วยกัน&lt;br /&gt;และมิใช่อารมณ์หวือหวา กระหาย เร่าร้อน มิใช่การแสดงออกโดยการจูบ กอด&lt;br /&gt;3 ความรักที่แท้จริงคือ การมองดูอีกฝ่ายอย่างชัดแจ้ง ตระหนักว่าทั้งสองมีข้อดีและเสีย และยอมรับข้อผิดพลาดซึ่งกันและกัน&lt;br /&gt; 4.มีความมั่นคงทางอารมณ์ จิตใจมีส่วนสำคัญ แยกแยะได้ว่า&lt;br /&gt;-เป็นความรัก หรือเป็นเพียงการหลงเสน่ห์&lt;br /&gt;-ความรักแท้จะลึกซึ้งเข้าใจกันและกันและมั่นคง&lt;br /&gt; 5.ความรักที่แท้คือ การร่วมทุกข์ด้วยกัน แต่การหลงเป็นเพียงการร่วมสุขด้วยกันเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะพิสูจน์รักแท้ได้อย่างไร?&lt;br /&gt;     1.หากสงสัยอยู่ควรจะอยู่ห่างๆ รอคอยเวลาพิสูจน์ 2-3 เดือน ให้อารมณ์สงบลง&lt;br /&gt;     2.อย่าตัดสินใจอะไรลงไปเร็ว ว่าอะไรเป็นอะไร&lt;br /&gt;คริสเตียนควรมีความรักอย่างไร?&lt;br /&gt;     พระคัมภีร์ใหม่กล่าวหลายข้อเกี่ยวกับความรัก เช่น ให้รักพระเจ้าผู้เดียว (มธ.6:24) ความรักต้องตั้งอยู่บนความกตัญญู (ลก.7:42,47) ความรักที่เชื่อฟังและต้องแสดงออก (ยน.14:15, 1ยน.4:12,20)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรักของคริสเตียน-ความรักแบบอากาเป้&lt;br /&gt;     เป็นความรักของพระเจ้าและเป็นความรักของคริสตชน ไม่มีใครจะมีจริยธรรมที่ดี เช่นนี้ได้ นอกจากว่าจะเป็นคริสเตียนที่มีความรักของพระเจ้าเป็นแบบอย่าง&lt;br /&gt;เป็นเครื่องหมายของชีวิตคริสเตียนคือ รักกันและกัน (ยน.13:34)&lt;br /&gt;เป็นความรักที่เสียสละ (1ยน.4:9-10)&lt;br /&gt;เป็นความรักที่เปี่ยมด้วยความกรุณา (อฟ.2:4)&lt;br /&gt;เป็นความรักที่เสริมสร้างพลัง (โรม.8:37)&lt;br /&gt;เป็นความรักที่สนิทแนบแน่น ยืนยงตลอดกาล เราไม่มีวันขาดจากความรักนี้ (รม.8:39)&lt;br /&gt;เป็นความรักที่มีรางวัลประทานให้แก่เรา (ยก.1:12,2,5)&lt;br /&gt;เป็นความรักที่มีการลงโทษให้หลาบจำ (ฮบ.12:6)&lt;br /&gt;จริงใจ (รม.12:9)&lt;br /&gt;บริสุทธิ์ (รม.13:10)&lt;br /&gt;ใจเอื้อเฟื้อ (2คร.8:24)&lt;br /&gt;อดทนนาน (อฟ.4:2)&lt;br /&gt;ให้อภัยช่วยสู่สภาพดี (2คร.2:8)&lt;br /&gt;ไม่ใช้ความรู้สึกมากกว่าเหตุผล (2คร.2:4)&lt;br /&gt;ควบคุมเสรีภาพ (กท.5:13)&lt;br /&gt;ข.ความรักที่ผิดทาง&lt;br /&gt;รักโลก (1ยน.2:15, 2ทธ.4:10)&lt;br /&gt;รักชื่อเสียง เกียรติยศส่วนตัว (ยน.12:43)&lt;br /&gt;รักความมืดกลัวความสว่าง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-8862948645830193756?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/8862948645830193756/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=8862948645830193756&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/8862948645830193756'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/8862948645830193756'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post_23.html' title='จะพิสูจน์รักแท้ได้อย่างไร?'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S6gtudw-6yI/AAAAAAAAAGc/KyBi9ztQMlE/s72-c/F-GB32.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-7966408907434720785</id><published>2010-03-23T09:43:00.001+07:00</published><updated>2010-03-23T09:49:24.851+07:00</updated><title type='text'>ข้อทดสอบ 6 ประการ สำหรับคู่รัก สำหรับคนที่จะรักเธอ / เขา</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S6gsL0R7SiI/AAAAAAAAAGU/jV5cz857K_c/s1600-h/XWH11.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 133px; height: 200px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S6gsL0R7SiI/AAAAAAAAAGU/jV5cz857K_c/s200/XWH11.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5451655930456001058" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt; จากหนังสือคู่ชีวิต ผู้เขียนชาวจีนได้เขียนไว้ แต่ไม่ใช่ต้องตามนี้ตายตัวเสมอไป สิ่งที่สำคัญคือต้องการพึ่งการอธิษฐาน และการดำเนินชีวิตที่ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นสิ่งที่สำคัญ&lt;br /&gt;ทั้งสองคนถวายตัวแก่พระเยซูคริสต์ในการดำเนินชีวิตหรือยัง&lt;br /&gt;พระเยซูครอบครองในชีวิต ยอมจำนนสิ้นเชิง&lt;br /&gt;สามารถแบ่งปันคำพยาน ประสบการณ์ พระพรแก่กันได้ไหม&lt;br /&gt;พิจารณาว่าคุณทั้งสองเหมาะสมฝ่ายร่างกาย มีความเสน่หาต่อกันหรือไม่ ภูมิใจและยินดีที่จะให้ผู้อื่นรู้จักแฟนของคุณอยู่ด้วยกัน&lt;br /&gt;เหมาะสมกันด้านสติปัญญาไหม&lt;br /&gt;ระดับความคิด แตกต่างกันมากเกินไปไหม&lt;br /&gt;ครอบครัว สิ่งสำคัญในการสื่อสาร ด้านคำพูดจะเกิดปัญหาไหม&lt;br /&gt;เหมาะสมกันด้านสังคม วัฒนธรรมไหม&lt;br /&gt;สามารถพิสูจน์ความรักของคุณด้านเวลาได้ไหม&lt;br /&gt;ไม่รีบร้อน&lt;br /&gt;ไม่ชะล่าใจ&lt;br /&gt;ไม่เอาเปรียบ ตั้งข้อแม้&lt;br /&gt;ให้เกียรติแก่กัน&lt;br /&gt;ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดมอบสำหรับอีกฝ่ายหนึ่งหรือไม่&lt;br /&gt;ไม่ใช่แสดงออกแต่ปาก&lt;br /&gt;ไม่แสวงหาประโยชน์จากอีกฝ่ายหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทความตอนนี้ นำมาจากหนังสือ    :    รักที่สมปราถนา ของ   อ.ประดิษฐ์&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-7966408907434720785?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/7966408907434720785/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=7966408907434720785&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/7966408907434720785'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/7966408907434720785'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/6.html' title='ข้อทดสอบ 6 ประการ สำหรับคู่รัก สำหรับคนที่จะรักเธอ / เขา'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S6gsL0R7SiI/AAAAAAAAAGU/jV5cz857K_c/s72-c/XWH11.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-4561537393510801418</id><published>2010-03-23T09:31:00.001+07:00</published><updated>2010-03-23T09:42:11.667+07:00</updated><title type='text'>หลักการชี้แนะการเลือกคู่ครองจากพระคัมภีร์ ปฐมกาลบทที่ 24</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S6gqedWzYeI/AAAAAAAAAGM/EMD77vGRNdM/s1600-h/WM13.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 133px; height: 200px;" src="http://3.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S6gqedWzYeI/AAAAAAAAAGM/EMD77vGRNdM/s200/WM13.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5451654051696697826" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;หนุ่มสาวควรเชื่อฟังพระวจนะพระเจ้า ให้พระวจนะของพระเจ้าเป็นมาตรฐานในการศึกษาอย่างจริงจัง ซึ่งพระคำพระเจ้าได้ให้มาตรฐานของการเลือกคู่และการสมรสไว้อย่างชัดเจน ต่อไปเป็นข้อชี้แนะจากพระคัมภีร์อีกแง่คิดหนึ่ง ที่แนะนำเราในการเลือกคู่ครอง จากปฐมกาลบทที่ 24&lt;br /&gt;“เจ้าสาวของอิสอัค” ในตอนนี้ได้คัดมาบางตอนเพื่อเสนอแนวทางในการตัดสินใจอาจจะไม่ใช่วัฒนธรรม เหมือนกับในบ้านเมืองเรา แต่เป็นมาตรฐานของพระเจ้าที่ชี้แนะและควรประพฤติในการปฏิบัติ ในการตัดสินใจเลือกคู่ครอง&lt;br /&gt;1. เจ้าสาวไม่ใช่ใครก็ได้ เธอคนนั้นต้องได้รับการทรงเลือกจากพระเจ้าว่าเหมาะกับใคร (ปฐก.24:3-4)&lt;br /&gt;เธอมีสถานที่ๆพระเจ้ามีพระประสงค์นำเธอไป (ปฐก7)&lt;br /&gt;อะไรที่เป็นคำสั่งและตำตอบสนองที่สำคัญ (8, 41)&lt;br /&gt;คนใช้สังเกตอย่างไรว่าเป็นผู้หญิงคนนี้เพื่ออิสอัคแน่นอน (14, 19)&lt;br /&gt;หลังจากนั้น เขาได้สังเกต ไตร่ตรอง และอธิษฐาน (21)&lt;br /&gt;“ข้อ 27” เป็นคำอธิษฐานและคำพยาน ของคนใช้ในการที่พระเจ้าทรงนำ&lt;br /&gt; คนใช้ไม่หันเหไปจากจุดประสงค์เลย (33)&lt;br /&gt; การเอาใจใส่ด้านอื่นๆที่มาจากพระเจ้า และไม่ควรให้ความคิดขัดขวาง (50)&lt;br /&gt; มีความมั่นใจว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย จึงนมัสการ อธิษฐาน (12:27-28, 48:52)&lt;br /&gt; หลังจากนั้นเขาแสวงหาครอบครัวของหญิงสาว ซึ่งเป็นขั้นต่อไปและเป็นแผนการของพระเจ้า&lt;br /&gt;เราต้องเห็นความสำคัญของจุดนี้ด้วย และธรรมดาก็ไม่ได้คิดสิ่งใดตรงกันข้ามกับสิ่งที่ครอบครัว&lt;br /&gt;เธอคิดด้วย (51, 55, 58)&lt;br /&gt;     11.  เธอตัดสินใจเอง ตกลงขั้นสุดท้าย (58)&lt;br /&gt;     12.  มอบเครื่องประดับ เพื่อนำเธอมาพบกับอิสอัค (62) นี่เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าให้ประชากรในโลกปฏิบัติ การหมั้น และเจ้าสาวมาสู่เจ้าบ่าว&lt;br /&gt; นี่เป็นแนวทางในการศึกษา ไม่ใช่คิดว่าต้องเหมือนทุกข้อ แต่เป็นรายละเอียด ตัวอย่างในการนำ ไปใช้ในการเลือกของหนุ่มสาว พระองค์มีจุดประสงค์ในการเริ่มต้นของการแต่งงาน และ สั่งสอนเพื่อให้ถูกต้องตามวัฒนธรรม ประเพณี เพื่ออนาคตครอบครัวที่สัมพันธ์กันในแต่ละวัฒนธรรมในการดำเนินเพื่อเป็นพยานฝ่ายพระคริสต์ในสังคมที่ท่านอยู่&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-4561537393510801418?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/4561537393510801418/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=4561537393510801418&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/4561537393510801418'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/4561537393510801418'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/24.html' title='หลักการชี้แนะการเลือกคู่ครองจากพระคัมภีร์ ปฐมกาลบทที่ 24'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S6gqedWzYeI/AAAAAAAAAGM/EMD77vGRNdM/s72-c/WM13.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-845889820344015622</id><published>2010-03-13T18:52:00.001+07:00</published><updated>2010-03-13T19:07:05.437+07:00</updated><title type='text'>ความเหงา ตอน   อะไรที่จะ ชดเชยความเหงาได้</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S5t_1v0Gf9I/AAAAAAAAAEI/-j2opcn31OE/s1600-h/A21.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 214px; height: 320px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S5t_1v0Gf9I/AAAAAAAAAEI/-j2opcn31OE/s320/A21.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5448088735579537362" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;1. สร้าง ตวามสำเร็จด้านใดด้านหนึ่ง เช่นทักษะด้าน ดนตรี ทักษะพิเศษในด้านภา หรือ อ่านหนังสือ ศึกษาประวัติศาสตร์ นวนิยาย จนชำนาญเชี่ยวชาญ อยากต่อยอดในสิ่งที่เรารู้  เมื่อเกิดความสำเร็จ ผู้คนก็อยากฟังเรา พูดคุย เล่า    มันภูมิใจ จนลืมเรื่อง ความเหงา สักเกต สิครับ คนเก่งๆสมัยนี้ที่ประสบความำเร็จมักเป็นโสด เพราะความสำเร็จทำให้เขาอยากต่อยอด ทุ่มเทให้มันจนหายเหงาไปเลย &lt;br /&gt;2. กิจกรรม ทุ่มเท ให้พระเจ้า ไปเลย เช่น แสวงหา ที่จะรู้จักพระวิญญาณบริสุทธิ์ หรือ ศึกษาพระคัมภีร์ หรือรับใช้ด้านใดด้านหนึ่ง จน ทะทุทะลวง เกิดผลไปเลย   หลายคนเอาจริงจัง ทุ่มเท จนเห็นสิ่ที่มีคุณค่ากว่า คือ พระเจ้า และลืมความเหงาไปเลย&lt;br /&gt;3. เพื่อน ๆที่ ดีๆ คนรอบข้าง อย่าทิ้งเขา  แต่ละวัน คนนี้เข้ามา  พรุ่งนี้คนนี้คุยด้วย คบรักษาไว้  ดีกว่าหมดกมุ่นกับคนเดียว วันหนึ่งเมื่อเรา ไม่มีเขาเราก็เหงา  ดังนั้นอย่า ทิ้ง ระยะนานกับพี่ๆ เพื่อนๆที่รักเรา  รักษามิตภาพต่อเนื่อง&lt;br /&gt;4. พระเจ้า  ไง ระบาย คุยกับพระองค์  ดูสิครับ โนอาร์สร้างเรือ  ขณะโลกยังไม่มีฝน น้ำยังไม่ท่วม เ ขาจะคุยกับใครได้เพราะ ชาวบ้านคงนินทาหาว่าเขาเป็นบ้าแน่ๆ เพราะสร้างเรือ ซะไหญ่โต  แต่โนอาห์สนทนากับพระเจ้า  ดาวิดหนีหัวซุกหัวซุน เพราะการไล่ล่าของซาอูล  แต่ท่านก็ระบายทุกสิ่งแก่พระเจ้า  ท่านละ ระบายความในใจของท่านให้แก่ พระเจ้าคุย กับพระองค์ดังทรงเป็น ผู้ทรงพระชนม์ไหม&lt;br /&gt;5. อย่ายึดติดว่า ทุกสิ่ง เป็นของเรา  คิดว่าทุกสิ่งเป็นรังวัล โอกาส พิเศาษ ครั้งหนึ่งในชีวิต  สำหรับผม วันนี้คนที่ว่าสนิท คนที่น่ารัก คุ้นเคย  อบอุ่น แต่วันหนึ่งเขาก้ต้องจากไป  เพราะ พันธกิจ วาระ โอกาส  เห็นไหมว่า พระเจ้าให้ และพระเจ้าเอาคืน เราไม่ใช่เจ้าของ  ทุกสิ่งเป็นวาระ โอกาส เพียงวันนี้ เรามีโอกาส  เราก็ทำดีที่สุด ให้แก่คนที่ผ่านเข้ามา  จนกว่าวันหนึ่ง เราจะเจอคนที่พระเจ้าให้อยู่กับเราตลอดจนหมดลมหายใจ  (คือ คู่ครองของท่าน) ดังนั้นอย่าคิดว่าทุกสิ่งต้องเป็นของเรา ท่านจะไม่ต้องกลัว ความสูญเสีย และ ความเหงาอีกต่อไป เพราะเราจรับรางวัลและโอกาสนั้นเสมอๆ&lt;br /&gt;6. อะไรอยู่ในท่าน ในมือท่าน นำมันขึ่นมา กีต้าร์ หนังสือที่น่าอ่าน  หรือเคยยอ่าน หนังดีๆ ที่อยากจะดู คอนเสริท    เพลง ที่เคยชอบ  เพื่อนที่ไม่ได้คุยมานาน รีบเมล โทร เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ฝึก ใช้ นำมันขึ่นมา ฝึกใช้   เพื่อนที่คุยแล้วสบายใจ  โทรไปหาเขา นั้นก็ขจัดอารมย์เหงาไปได้ ระดับหนึ่ง   สำหรับผมหรือครับ มีสองสามคนที่สนิทๆ ก็เมลคุย บ้าง ในเฟสบุค หรือเพื่อนผู้รับใช้  โทรคุยบ้าง เมสเสสบ้าง  เพราะรู้ว่า โลกนี้มีตั้งสาม สี่คนที่เรายังงคุยด้วยได้ ไม่ได้อยู่คนเดียวสะหน่อย  และเพื่อนเลิกไม่ได้ แต่ แฟน เลิกได้ นะครับ อย่าลืมละ มีแฟนอย่าทิ้งเพื่อน และมีเพื่อนก็อย่าทิ้งแฟน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-845889820344015622?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/845889820344015622/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=845889820344015622&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/845889820344015622'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/845889820344015622'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post_7100.html' title='ความเหงา ตอน   อะไรที่จะ ชดเชยความเหงาได้'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S5t_1v0Gf9I/AAAAAAAAAEI/-j2opcn31OE/s72-c/A21.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-2776001377567083221</id><published>2010-03-13T18:46:00.000+07:00</published><updated>2010-03-13T18:50:31.329+07:00</updated><title type='text'>ความเหงา ตอน  ศรัตรูที่ทำลาย ศักยภาพของเรา</title><content type='html'>คงปฎิเสธไม่ได้ว่า เราแต่ละคน คงมีประสบการณ์ในเรื่อง ของคำว่า ‘เหงา ’  กันทุกคน ความเหงาเป็นศรัตรูของคนบางประเภทด้วย  เพราะ บุคลิค ของเราแต่ละคนนั้น จะเผชิญเรื่องความเหงาได้  ไม่ เท่ากัน แล ะการหาวิธีการแก้ไขได้ก็ไม่เมือนกัน  ก่อนที่ผมจะบอกแนวทางวิธีการแก้ไขความเหงา ของหนุ่มสาว หรือไม่ใช่คนหนุ่มสาว  อยากเอาบทความจากหนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์มา ลงให้อ่าน อาการโรคความเหงา แล้วผมจะบออกวิธี แก้ในตอนท้ายนะครับ &lt;br /&gt;โรคเหงาระบาดได้ (จาก ไทยโพสต์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          นักวิจัยในสหรัฐพบว่า ความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวเดียวดายสามารถแพร่ระบาดไปยังคนอื่นได้ ทำนองเดียวกับไข้หวัดใหญ่  ซึ่งผู้หญิงมีโอกาสมากกว่าผู้ชายที่จะ "ติดเชื้อ" นี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          งาน วิจัยของทีมจากมหาวิทยาลัยชิคาโก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก พบว่า คนที่เหงามักแพร่ความรู้สึกซึมเศร้าแก่คนรอบตัว ซึ่งในที่สุดคนเหล่านี้จะแยกตัวออกจากสังคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          จอห์น คาซีออพโป นักจิตวิทยาของ ม.ชิคาโก หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า คนที่เหงาจะแพร่เชื้อไปยังเพื่อน ๆ  ที่ยังหลงเหลืออยู่ ขณะเจ้าตัวเองก็จะมีเพื่อนน้อยลง ๆ เพื่อนที่เหลือนั้นก็จะพากันเหงา และสูญเสียเพื่อนเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          เนื่อง จากความเหงาเกี่ยวข้องกับทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ  ซึ่งทำให้อายุของคนเราสั้นลง เขาบอกว่าเราควรตระหนักถึงเรื่องนี้ และช่วยเหลือคนที่เหงาก่อนที่คนเหล่านั้นจะปลีกตัวออกจากสังคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          งาน ชิ้นนี้ได้ศึกษาข้อมูลในโครงการติดตามโรคหัวใจ ซึ่งได้ศึกษาความเสี่ยงของโรคหัวใจร่วมหลอดเลือดในคนไข้กว่า  5,000 รายนับแต่ปี 2491 ซึ่งโครงการนี้ได้ขยายรวมถึงคนรุ่นที่สองอีก 5,124 คน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          นักวิจัยพบว่าเมื่อคนเรารู้สึกเหงา ก็จะรู้สึกเชื่อใจไว้ใจคนอื่นน้อยลง และทำให้ยากแก่การสร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          นัก วิจัยบอกว่า โดยธรรมชาติแล้วสังคมมักกีดกันคนแบบนี้ออกไป ซึ่งพบได้ในการทดลองกับลิง ฉะนั้น จึงต้องหาทางรับมือกับความเหงาก่อนที่จะแพร่เชื้อไปยังคนอื่น&lt;br /&gt; อ่านแล้วรู้สึกยังไงครับ และสำหรับผม  ก็เคยเผชิญ  และพยายามหาวิธี แก้ไข หาทางออก มาโดยตลอด  อยากจะเล่าถึงวัยเด็กของตัวเองสักนิด เนื่องจากผม ต้องหาทุนเรียนเอง ไม่มีทางบ้านสนับสนุน อีกอย่าง ผมสนใจอยากเรียนดนตรี สมัยนั้น  กาเรียน เถึง ม6 มันไม่มี สาขาดนตรีให้เลือก  เลยต้องหาเรื่อง ที่เรียนสายอื่นไปก่อน อะไรก็ ได้ก็เลยต้อง ฝืนมากเลยครับ  ก็เหงา เพราะเพื่อนๆ ก็คุยเรื่องที่เขาสนใจ แต่ผมสนใจแต่เครื่องดนตรี หนังสือดนตรี  กลับบ้านหมกมุ่นกับกีต้าร์ กลอง เข้ากับเพื่อนไม่ได้ เพราะผมไม่ชอบสายที่เรียน เสาะหา คนคุยเรื่องเดียวกันไม่ได้ ก็เหงา  แต่ผมมีทางออกคือ เอาดนตรี และความสำเร็จเป็นเพื่อน  สุดท้ายผมเลยกลายเป็นคนเด่นของ สถาบัน ลบล้างความเหงา และเป็นที่สนใจ ต้องการของผู้อื่น เวลามีงาน ต่างๆผมก็ได้รับเลือก ให้เล่น ดนตรี ให้สถาบันไปเลย  นี่คือ เอาความสำเร็จลบล้างความเหงา&lt;br /&gt; ต่อมา ผมได้กลับใจรับเชื่อ พระเจ้า ในขณะที่ก่อนเข้าเรียน มหาลัย ปีแรก และกลับใจ ไหม่ หันไป เรียน มหาลัย พระคริสตธรรม  ทางบ้านไม่สนับสนุน เพราะชีวิตหันเห หักมุมมากเกินไป เพราะผมเป็นพี่ชายคนโต  มารับใช้พระเจ้า ผมต้องหาทุนเอง ทำตัวเกเรไม่ได้ เพราะกลัวจะไม่ได้ทุน เพราะเขาดูการประพฤติและเกรด เฉลี่ย เลยหมกมุ่น  อยู่แต่ในห้องสมุด  อ่าน ทำรายงาน อ่านๆๆๆ ผลสรุป ผมใช้เวลาในการเรียน จบภายในสามปี ทั้งที่ หากเรียนจริงๆรวมฝึกงานต้องใช้เวลาห้าปี  แต่ช่วงนั้น เพื่อนๆที่มีเงิน วันหยุดเขาไปนั่งปั่นจักยานน้ำ ดูหนังกับแฟน  สิ่งที่ผมทำสิ่งเดียว คือ ออดอาหารอธิษฐาน  ในวันหยุด เฝ้าเดี่ยวอยู่กับพระเจ้า ผลก็คิอ ผมจบก่อนใคร ล่วงหน้าสองปี ความสำเร็จ  ความสนิทสนมกับพระเจ้า เห็นอัศจรรย์  ชีวิตที่เป็นจริงของพระองค์ในผม และ ทรงเป็นเพื่อนผม อันนี้คือ พระเจ้าเป็นเพื่อนจริงๆ   แต่ผมก็สนใจ เพื่อนนักศึกษา หญิงเหมือนกันนะครับ เดี๋ยวหาว่า ผมเว่อเกินไป ไม่ยุ่งเรื่องคู่ครอง  แต่ผมมักใช้วิธีผมใช้วิธี ตัดสินใจ แบบ หักดิบ คือ อดอาหารภายในสามวันหากพระเจ้าบอกว่าไม่  ผมเลิกเลย  ไม่เสียเวลากับสิ่งที่พระเจ้าบอกว่าไม่   มัน เลยกลายเป็นความสุขที่ได้ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าไปเลย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-2776001377567083221?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/2776001377567083221/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=2776001377567083221&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/2776001377567083221'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/2776001377567083221'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post_13.html' title='ความเหงา ตอน  ศรัตรูที่ทำลาย ศักยภาพของเรา'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-8139045590092205225</id><published>2010-03-11T12:16:00.001+07:00</published><updated>2010-03-13T19:08:30.898+07:00</updated><title type='text'>ลักษณะความรักที่ผิด-รักแท้-ความรักที่ควรระวัง</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S5uANTgrEJI/AAAAAAAAAEQ/QRg6nR8bEHg/s1600-h/A15.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 214px; height: 320px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S5uANTgrEJI/AAAAAAAAAEQ/QRg6nR8bEHg/s320/A15.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5448089140298715282" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;คุณจะพิสูจน์ความรักที่ถูกได้อย่างไร&lt;br /&gt;เมื่อคุณพบใครสักคน รักหรือชอบใครสักคน ลองสำรวจดูว่า คุณรักเธอเพราะอะไร?&lt;br /&gt;1)เพราะเธอฉลาด, เก่ง, มีความสามารถ&lt;br /&gt;     นั่นไม่ใช่ความรัก แต่เป็นการยอมรับ (Approval) ความรักที่แท้จริง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบเหล่านี้เสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณสามารถที่จะรักเธอในสภาพที่เธอเป็นต่างหาก&lt;br /&gt;2)ความสวยงามทางเรือนร่าง&lt;br /&gt;     หรือที่เรียกว่า หลงเสน่ห์  “เป็นความรู้สึกเร้าอารมณ์ ดึงดูดทางเพศ” โดยความสวยงามทางกายของอีกฝ่าย อยากเป็นเจ้าของ โบราณว่า “ความรักทำให้คนตาบอด”  มองข้ามส่วนเสีย คิด ฝัน ทึกทักว่าตนมีความรัก สร้างภาพพจน์ของเธอ / เขา โดยจินตนาการ เห็นเธอดีพร้อม กินไม่ได้นอนไม่หลับ ตื่นเต้น โลหิตและชีพจรเต้นเร็ว แต่นั่นเป็นเพียงอารมณ์หลงรักเท่านั้น คิดไปเองว่าไม่มีใคร เหมาะสมกับเธอ / เขาเหมือนฉัน ส่วนมากจะเป็นกับชาย เพราะความอยากมีคู่รัก ตัวอย่าง  อัมโมนหลงเสน่ห์ทามาร์  (2ซมอ.13:1-22)&lt;br /&gt;     ข้อเสียคือ ทำให้ผู้หลงเสน่ห์ตกอยู่ในห้วงเสน่หา ขาดความสามารถพินิจพิเคราะห์ และสูญเสียดุลยภาพทางอารมณ์ของเขา&lt;br /&gt;       วิธีแก้ &lt;br /&gt;ดึงตัวออกห่างจากผู้ที่เราหลงเสน่ห์ และแสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้า ติดสนิทกับพระอง&lt;br /&gt;บังคับจิตใจ คิดถึงสิ่งที่ไม่น่าปราถนาของตัวเธอ/เขา มองรอบๆด้วยความรอบคอบ และใจเป็นกลาง นึกถึงสิ่งที่บกพร่อง จุดอ่อนด้วย&lt;br /&gt;เปรียบเทียบผู้หญิง/ชายหลายคนที่เรารู้จัก เพราะยังมีคนอีกมากมายที่เราต้องพบอีก&lt;br /&gt;หากแยกไม่ออก ไม่มั่นใจว่ารัก หรือหลงเสน่ห์ อย่าตัดสินใจเลย ถอยออกห่างก่อน&lt;br /&gt;การเลือกคนรัก ต้องใช้สติปัญญา ไม่ใช่อารมณ์ ความตื่นเต้น หรือมองแต่ภายนอก ต้องขอการทรงนำมาจากพระเจ้า  ระวัง  สาวดวงตาคม หน้าตาจิ้มลิ้ม รูปร่างเย้ายวน หรือสาวที่ชอบเป็น ตุ๊กตาหน้ารถ แต่จงเลือกสาวที่พร้อมอุทิศตนเป็นภรรยาทั้งใจและกาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อคิด&lt;br /&gt;เสน่ห์ ความงามภายนอกของหญิงจะสูญไปเร็วกว่าชาย ไม่จีรังยั่งยืน เพราะปกติผู้ชายจะอ่อนวัยกว่าหญิง หญิง 40 ดูคล้าย 50 ผิวพรรณ ความงามเหลืออีกไม่นานในวัยกลางคน แต่นิสัยยังคงอยู่และงอกงามขึ้นตามอายุการแต่งงาน ปราชญ์ท่านหนึ่งกล่าวว่า  “จงเลิกฝันถึงความอบอุ่นที่เกิดจากความงามเสียเถิด ไร้สาระเปล่าๆ” &lt;br /&gt;สิ่งดึงดูดในเรือนร่างอย่างเดียว ไม่สามารถทดแทนคุณสมบัติของแม่บ้าน หรือความเป็นภรรยาที่อุทิศเพื่อสามีได้&lt;br /&gt;เสน่ห์ของคนเราขึ้นอยู่กับความมีมนุษยสัมพันธ์ซึ่งกันและกันที่ยาวนานต่างหาก ไม่ใช่เรือนกาย ซึ่งต่อไปเมื่อคุณรู้สึกตัว อาจคิดได้ว่า  “ผม (ฉัน) เคยเป็นคนที่สวยที่สุดในโลก แต่ความจริงเหลวไหลที่สุด อาจเพราะผม (ฉัน)ไม่รู้จักเธอ(เขา) อีกมากมายในโลกนี้”&lt;br /&gt;     ผลเสีย&lt;br /&gt;ความรักประเภทนี้เป็นอารมณ์ที่ไม่คงที่ มักรักแล้วเลิก เพราะจะหาใครเป็นดังที่เธอ/เขาคิด ไม่มีความรักที่เกิดจากอารมณ์ไม่มั่นคง    หากเกิดกับวัยรุ่น บางคนขาดการตั้งใจเรียน ผลการศึกษาต่ำลง&lt;br /&gt;  จากสถิติการวิจัยพบว่า   วัยรุ่นมักมีความรักประเภทนี้ ตั้งแต่วัยเรียน แต่ที่แต่งงานกันตอนเรียนจบแทบไม่มีเลย  และ หญิงที่แต่งงานเมื่ออายุ 20 ปี มักประสบความล้มเหลวมากกว่าแต่งงานเมื่ออายุ 24 ปี&lt;br /&gt;                                    “วัยรุ่นเป็นวัยแสวงหา มิใช่วัยแห่งการยุติ”&lt;br /&gt;4)รักแรกพบ&lt;br /&gt;- เต็มไปด้วยความเพ้อฝัน ไร้เหตุผล&lt;br /&gt;- ความรักมิได้เกิดขึ้นทันทีทันใด แต่รักแรกพบที่สามารถพัฒนาไปสู่รักจีรังยั่งยืนได้ ต้องใช้เวลา&lt;br /&gt;- รักแรกพบเป็นดัชนีให้เห็นว่า ไม่ทนต่อเวลา เพราะภายหลังมานั่งพิจารณาอีกครั้งก็รู้ว่าตนหาได้รักผูกพันด้วยไม่&lt;br /&gt;ดังนั้น  คู่รักที่ค่อยๆผูกพันรักใคร่ เนื่องจากความเข้าใจ ใกล้ชิด สนิทสนมกันมานานจะประสบความสำเร็จในชีวิตแต่งงานดีที่สุด&lt;br /&gt;5)ความรักใคร่ (Affection)&lt;br /&gt;-ความรู้สึกนับถือ อบอุ่น ชอบหรือติดคนนั้นอย่างมาก&lt;br /&gt;-ความชอบพอกัน ความต้องการใกล้ชิดสนิทสนมอาจมิใช่ความรักที่แท้ก็ได้&lt;br /&gt;6)ตัณหา (Lust)&lt;br /&gt;-ความหิวกระหายทางกามารมณ์ที่ตื่นเต้น เร้าใจ แต่สิ่งนี้ทดแทนความรักไม่ได้ และอาจมี โดยปราศจากความรัก และเข้าใจผิดว่าเป็นความรัก มีบางคนที่ยอมสละความสัตย์ซื่อต่อกันและกัน และความรับผิดชอบเพียงเพื่อกามารมณ์เท่านั้น&lt;br /&gt;ช.การมีคนรักหลายคน&lt;br /&gt;-หากหญิงหรือชายมีคนรักในเวลาเดียวกันหลายๆคน อาจเป็นเพียงการหลงเสน่ห์เท่านั้น รักแท้นั้น ทั้งสองฝ่ายต้องอุทิศให้แก่กันและกัน ด้วยวิญญาณ จิตใจ ร่างกาย ไม่ใช่เรื่องกามารมณ์อย่างเดียว และความรักแม้จะเกิดขึ้นกับคนๆเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ทีเดียวหลายๆคน&lt;br /&gt;7)ความรักที่ต้องการการทดแทนบางอย่าง&lt;br /&gt;      บางครั้งเราอยู่ในสภาวะกดดัน เบื่อ ขาดความอดทน ว้าเหว่ รู้สึกชีวิตขาดความสมบูรณ์ มีความต้องการรุนแรง ที่จะได้พักพิงทางใจ หากเจอใครสักคนก็จะตกหลุมรักทันที แต่จงระวังจุดนี้ ข้อเสียคือ เป็นความรักที่หาสิ่งทดแทน หาทางออก ต้องการสิ่งทดแทนแต่หาเป็นผู้ให้ไม่ คอยแต่จะรับ&lt;br /&gt;8)รักด้วยความสงสาร&lt;br /&gt;เป็นจิตใจสงสารที่ไม่ผูกพัน และเสริมสร้างเพราะเป็นการสังเวย อยากช่วยเหลือมากกว่า&lt;br /&gt;9)รักด้วยความจำเป็น&lt;br /&gt;      ต้องรัก เช่น ผู้ใหญ่บังคับ&lt;br /&gt;10)รักด้วยความกลัว&lt;br /&gt;      กลัวผู้ใหญ่ กลัวอนาคต กลัวอยู่คนเดียว&lt;br /&gt;11)รักเหมือนเพื่อน&lt;br /&gt;      เข้าใจ ช่วยเหลือแต่ไม่เกี่ยวข้องผูกพันทางกาย&lt;br /&gt;เหล่านี้เป็นความรักของมนุษย์แตกต่างกับ 1คร.13:4-17 ซึ่งเป็นความรักของพระเจ้า&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-8139045590092205225?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/8139045590092205225/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=8139045590092205225&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/8139045590092205225'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/8139045590092205225'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post_5433.html' title='ลักษณะความรักที่ผิด-รักแท้-ความรักที่ควรระวัง'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S5uANTgrEJI/AAAAAAAAAEQ/QRg6nR8bEHg/s72-c/A15.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-4180863485572806306</id><published>2010-03-11T07:28:00.002+07:00</published><updated>2010-03-13T20:02:45.335+07:00</updated><title type='text'>เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ที่ไหน</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S5uM1mt0r_I/AAAAAAAAAFQ/W7UX58un9jQ/s1600-h/A13.JPG"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 225px; height: 320px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S5uM1mt0r_I/AAAAAAAAAFQ/W7UX58un9jQ/s320/A13.JPG" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5448103026788446194" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;“ในชายพันคนจะพบชายจริงสักคนหนึ่ง แต่จะหาหญิงแท้สักหนึ่งคนในจำนวนพันคน ก็หามีไม่” (ปญจ.7:28) หนังสือเล่มหนึ่งได้เขียนเกี่ยวกับหนุ่มสาวเมื่อ 1,700ปี    ชาวอียิปต์ก็เคยบันทึกเอาไว้ใน แผ่นปาปิรัสว่า หนุ่มสาวในชุมชนไม่สนใจใยดีต่อกิจกรรมทางสังคม หนุ่มๆเอาแต่เที่ยวขี่ม้าไปตามทุ่งหญ้า แทนที่จะเฝ้าแกะ เด็กสาวๆจะเอาเฮนนา มาทาริมฝีปากอย่างไม่อาย เมื่อเราเปรียบเทียบกับปัจจุบันก็ต่างกันมาก ปัจจุบันเด็กสาวๆเข้ามายุ่งเกี่ยวกับสังคมการเมือง หญิงทัดเทียมชายและเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ รวมถึงเสรีภาพด้านเพศอย่างไม่อาย หนุ่มสาวเดินควงคู่กัน ซึ่งไม่เหมือนในอดีต และนำไปสู่การทดลอง วัฒนธรรมทางตะวันตก เข้ามาทำให้ขนบธรรมเนียมที่อ่อนหวานน่ารักแทบหมดสิ้น และพระเจ้าไม่ต้องการให้เป็นไปตามนั้น จึงมีบันทึกไว้ในพระวจนะพระองค์ไม่ให้ประพฤติตามอย่างในโลกนี้ (โรม12:12)&lt;br /&gt; พระคัมภีร์ได้ชี้ให้คริสเตียนทุกคนบังเกิดใหม่ ไม่ควรดำเนินชีวิตเหมือนคนในยุคนี้ แต่ดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยพระเจ้า ซึ่งเราควรจะยึดกฏเกณฑ์ของพระเจ้ามากกกว่าตามโลก วัฒนธรรมสังคม หากหนุ่มสาวปฏิบัติตามก็จะเห็นความน่ารัก น่ายกย่องชมเชย ไม่เพียงแต่ต่อสายพระเนตรพระเจ้าเท่านั้น แต่ยังต่อหน้ามนุษย์ด้วย เราจะมองดูด้วยกันถึงคุณสมบัติของหญิง น่าจะมีคือ&lt;br /&gt;กริยาวาจาสุภาพเรียบร้อยพิเศษ (สภษ.10:32, 12:14)&lt;br /&gt;วาจาไพเราะทำให้ผู้หญิงน่าคบหา&lt;br /&gt;ไม่ควรเลียนแบบ วาจา กริยา ท่าทางตะวันตกมากเกินไป ทั้งๆที่ฝรั่งอยากดูและชื่นชมประเพณีไทย&lt;br /&gt;ไม่ควรพูดมากกับชายแปลกหน้า ไม่จำเป็นอย่าพูดด้วย อย่าแซวโต้ตอบ&lt;br /&gt;ยินดีพูดกับญาติ, เพื่อสนิท สนมทำความรู้จักกัน ดู สภษ.21:19&lt;br /&gt;เป็นผู้รักงานแม่บ้านแม่เรือน (สภษ.31:10-31)&lt;br /&gt;“สตรีเป็นอันมากทำอย่างดีเลิศ แต่เธอเลิศยิ่งกว่าเขาทั้งหมด” (สภษ.31:29)&lt;br /&gt;*ควรสนใจงานคหกรรม, ปรุงอาหาร, เย็บปักถักร้อย, การแต่งประดิษฐ์ต่างๆบ้าง เมื่อแต่งงานจะดูเป็นเสน่ห์ เป็นจุดเด่นของหญิง&lt;br /&gt;*จัดบ้านเรือนให้สะอาด&lt;br /&gt;*สนใจเลี้ยงเด็ก&lt;br /&gt;*ขยันขันแข็ง (สภษ.22:29)&lt;br /&gt;*รอบคอบ (สภษ.31:16,27) สัตย์ซื่อ&lt;br /&gt;*รักการอ่านเขียนเรียนรู้เพิ่มเติม (สภษ.21:22) เพื่อจะได้เข้าใจชีวิตและมีทัศนคติที่กว้างขึ้น&lt;br /&gt;ค.แต่งกายสะอาดเรียบร้อยตามสมัยนิยม (1ทธ.2:9)&lt;br /&gt;*ไม่ควรใส่กระโปรงฟิต, สั้น, หรือบางตามแฟชั่น&lt;br /&gt;*แต่งกายให้ดูสะอาดเรียบร้อยแต่พองาม ไม่ล้าสมัยเกินไป&lt;br /&gt;ง.ควรมีท่าทีถูกต้องต่อเพื่อนต่างเพศ&lt;br /&gt;*ไม่อยู่สองต่อสองลับตาคน ตัวอย่าง อัมโมน, ทามาร์&lt;br /&gt;*ไม่เที่ยวตามลำพังสองต่อสอง ควรมีเพื่อนหญิง / ชายคนอื่นไปด้วย เพื่อจะช่วยรักษาชื่อเสียงและเรียนรู้จักคน&lt;br /&gt;จ.มีไมตรีจิตต่อคนทั่วไป (สภษ.11:22)&lt;br /&gt;*ไม่ควรให้ความสนิทสนมกับคนแปลกหน้า&lt;br /&gt;*ไม่ควรไปกับเพื่อนชายที่เราไม่ทราบนิสัยจริงของเขา&lt;br /&gt;*วางตัวต่อเพศตรงข้ามพอเหมาะพอควร&lt;br /&gt;*ไม่ชอบไม่รักอย่าเล่น หรือให้ความหวัง, หลอกเอาโน่นเอานี่&lt;br /&gt;*อย่าเป็นฝ่ายเชื้อเชิญชายทำโน่นทำนี่&lt;br /&gt;ฉ.ต่อสังคม (1ทธ.2:10)&lt;br /&gt;*อย่าคบคนง่าย&lt;br /&gt;*หากไม่รู้จักนิสัยดี อย่าคบหาอย่าสนิทสนมด้วย&lt;br /&gt;*อย่าไว้ใจคนง่าย&lt;br /&gt;*ไม่ควรกลับบ้านดึกๆเว้นไว้แต่จำเป็นจริงๆ และต้องแจ้งผู้ใหญ่ให้ทราบก่อน&lt;br /&gt;*อย่าตัดสินใจเชื่อคนง่ายๆ&lt;br /&gt;*อย่าเชื่อเพื่อน, บุคคลอื่น (เขาอาจมีเจตนาไม่ดีต่อเรา) มากกว่าผู้ปกครอง&lt;br /&gt;ตัวอย่าง  นางรูธ ปรึกษาแม่ยาย และเอสเธอร์ปรึกษาโปรเดคัย&lt;br /&gt;ซ.ควรยำเกรงพระจ้า (สภษ.2:5)&lt;br /&gt;*รักษาชื่อเสียงดี (สภษ22:1)&lt;br /&gt;*รักการอธิษฐาน, อ่านพระคัมภีร์ (ชายคริสเตียนทุกคนต้องการ แม้เธอจะไม่ค่อยเก่ง)&lt;br /&gt;*เอาใจใส่ดูแลงานคริสตจักร (1คร.7:34)&lt;br /&gt;*ซื่อสัตย์  “เหล่านี้จะทำให้เห็นคุณค่าของความเป็นสตรี และมีเกียรติแก่การยกย่องนับถือมาก”&lt;br /&gt;ญ.ข้อคิด ดูหญิงอิสราเอล&lt;br /&gt;*2พกษ.5:2-4 / เอสเธอร์2:20 / รูธ3:5, 2:11, 1:16-17&lt;br /&gt;*หญิงที่ปราศจากความสงบเสงี่ยม อาจเป็นภรรยาที่ปราศจากความน่ารักก็ได้&lt;br /&gt;*ผู้หญิงที่คบคนง่าย ชอบเอาใจผู้ชายมากเกินไป อาจไม่ใช่ผู้หญิงที่เป็นภรรยาที่ดีเสมอไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากหนังสือ     -  Human  Relations./&lt;br /&gt;                                     Courtship and love marriage./&lt;br /&gt;                         Parents and Children&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-4180863485572806306?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/4180863485572806306/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=4180863485572806306&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/4180863485572806306'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/4180863485572806306'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post_7812.html' title='เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ที่ไหน'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S5uM1mt0r_I/AAAAAAAAAFQ/W7UX58un9jQ/s72-c/A13.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-2333332627847249553</id><published>2010-03-11T07:27:00.000+07:00</published><updated>2010-03-11T07:28:02.903+07:00</updated><title type='text'>สิ่งที่ชายควรปฏิบัติต่อสตรีในการเป็นแฟน</title><content type='html'>การให้เกียรติแก่ผู้หญิง&lt;br /&gt;เกรงใจนึกถึงหัวอกผู้หญิง อย่าทำลายโอกาสผู้หญิงที่จะมีชีวิตน่านับถือในอนาคตต่อไป &lt;br /&gt;แค่เรื่องการวางตัวและระวังความสัมพันธ์&lt;br /&gt;ปรับปรุงการประพฤติและยับยั้งสติ การกระทำด้วยเกียรติภูมิ สงบสุขเพื่อทำให้ผู้หญิงรัก &lt;br /&gt;รู้สึกว่าเธอสำคัญในตัวเอง และต้องการคุณ  ความสุภาพจะเป็นเสน่ห์ยิ่ง&lt;br /&gt;ระวังอย่า ควงแขน  คนรักไปในที่สาธารณะหรือที่ลับตาคนโดยเฉพาะกลางคืนจะทำให้ขาด-&lt;br /&gt;ความน่าเคารพ ระวังเรื่องกฏประเพณี ศีลธรรม&lt;br /&gt;ควรพบปะครอบครัวของเธอด้วยความภาคภูมิ&lt;br /&gt;อย่าพูดเสียงดังเอะอะโวยวาย ทำให้เธอรู้สึกวุ่นวายใจ อย่าพูดหยาบคาย สบถสาบาน &lt;br /&gt;หยาบคายลามก 2 แง่ 3 ง่าม&lt;br /&gt;อย่าพูดเรื่องเพศกับเธอ&lt;br /&gt;แสดงความนับถือและให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง&lt;br /&gt;รับรู้เมื่อคุณไม่เป็นต้องการของเธอ&lt;br /&gt;อย่าทำเจ้าชู้กับผู้หญิงอื่น ทั้งที่คุณมากับเธอแต่ไม่สนใจเธอ&lt;br /&gt;แต่งกายสะอาดเรียบร้อย&lt;br /&gt;มีงานทำเป็นหลักแหล่ง&lt;br /&gt;คบกับคนทุกอย่างเปิดเผย อย่าทำหลบๆซ่อนๆ&lt;br /&gt;ผู้หญิงมีสายตาแหลมคม สามารถเข้าใจผู้ชายได้ในวันเดียว ในขณะที่ชายต้องใช้เวลา 3 วันที่จะเข้าใจผู้หญิง &lt;br /&gt;ผู้หญิงมักชอบผู้ชายเต็มตัว เอาอกเอาใจเธอพอประมาณ หรือรักเธอดังพ่อรักลูก&lt;br /&gt;หากคุณชวนให้เธอฝ่าฝืนความดีงาม ความนับถือในตัวคุณจะลดลง&lt;br /&gt;ผู้หญิงมักจะคิดเรื่องความรักเป็นเรื่องโรแมนติก อาจหมายถึงการอยู่ใกล้ชิดคุยกันใต้แสงจันทร์&lt;br /&gt;อย่าจัดความสำเร็จของการเกี้ยวพาราสีด้วยเสรีภาพต่างๆ จงจำว่าสตรีที่เป็นอิสระเสรี ยอมง่ายๆ&lt;br /&gt;ในระยะเกี้ยวพาราสี อาจไม่ซื่อสัตย์ต่อคุณหลังแต่งงานก็ได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-2333332627847249553?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/2333332627847249553/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=2333332627847249553&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/2333332627847249553'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/2333332627847249553'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post_11.html' title='สิ่งที่ชายควรปฏิบัติต่อสตรีในการเป็นแฟน'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-7299474162590347859</id><published>2010-03-09T10:38:00.000+07:00</published><updated>2010-03-09T10:43:03.383+07:00</updated><title type='text'>ความคิดแตกต่างเรื่องความรักของหญิงและชาย</title><content type='html'>หนุ่มสาวที่มักไปไหนมาไหนด้วยกันและสนิทสนมกับคนเพียงคนเดียว  มักไม่ประสบความสำเร็จในด้านชีวิตแต่งงาน เท่ากับหนุ่มสาวที่คบเพื่อนหลายๆคน และดูกันไปอย่างธรรมชาติ เพราะ เขาหรือเธอ มีโอกาสที่อยู่ในการทดลองมากเพราะ มักจะอยู่กันเพียงสองต่อสองเท่านั้น และการนัดเพื่อนตรงกันข้าม 2 ต่อ 2 ตามลำพังนำไปสู่การทดลองได้&lt;br /&gt;อีกอย่างหนึ่งคือ ทั้งสองคนเมื่อเริ่มคบกันไหม่ๆ ไม่มีโอกาสเปรียบเทียบชาย / หญิง อื่นหลายๆคน ดูทัศนคติ, เป้าหมาย, นิสัยต่างๆว่าใครที่มีเป้าหมายใกล้เคียงกับเรา ซึ่งแทนที่จะรู้จักคนอื่นในรสนิยม, พื้นเพ, ประสบการณ์กับเพื่อนคนอื่นๆบ้าง แต่ต้องมาจมปลักกับคนๆเดียว และส่วนใหญ่มักเสัยใจภายหลัง ว่ายังมีคนที่เหมาะสมกับเราและไม่น่ารีบสรุปตัดสินใจในการเร่งรีบแต่งงาน สรุปว่าเธอหรือเขา คนนี้ดีที่สุดในโลก&lt;br /&gt; หากเรา จะคิดอย่างรอบคอบก็คือ ทั้งสองคนจะยิ่ง เสียมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนคนอื่น, กิจกรรม, งาน เพราะเอาเวลาไปกับเพื่อนหญิงหรือชายคนเดียวหมด ลืมคิดไปว่าในโลกนี้มีผู้หญิง, ชายที่ดีอีกมากมาย ยิ่งหากเป็นนักศึกษาอยู่ ก็จะเสียการเรียน เพราะใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดเวลา&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ในตอนนี้ผมอยากจะเปรียบเทียบ ความแตกต่าง ความรักโดยธรรมชาติของหญิงกับชาย ที่ควรระวัง โดยธรรมชาติแล้ว ผู้หญิงรักด้วยวิญญาณ และส่วนใหญ่ชายมักรักด้วยร่างกาย ห่วงความสวยงามเป็นอันดับแรกและผู้หญิง ส่วนไหญ่ก็ห่วงความมั่นคงในอนาคต  แต่ผู้ชายห่วงความมั่นคงในความสวยงาม&lt;br /&gt;ผู้หญิงให้คุณค่ารักสูงเกินไป ดังคำที่ว่าโดยชาย ยอมเสียความรักเพื่อความพอใจทางเพศ หญิงเสียความพอใจทางเพศเพื่อให้มีรัก ส่วนสตรีตกเป็นวัตถุทางเพศ (Sexual object) ในสายตาชายเสมอ&lt;br /&gt;หนุ่มสาวมักจะมองเรื่องความงาม พิสูจน์ความรักที่ การมีหน้าตาดี มีการศึกษาดี เหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ใช่สิ่งยั่งยืนที่จะทำให้ชีวิตการแต่งงาน ราบรื่นเสมอไป สิ่งสำคัญที่สุดคือสุขภาพที่ดี ความสนใจ เป้าหมายตรงกัน อุปนิสัย มีจิตวิญญาณที่ถวายให้กับพระเจ้า ยอมจำนนอย่างแท้จริง และดำเนินชีวิตตามพระวจนะพระเจ้า เพราะหากจะคิดหาคนรักที่มีจิตวิญญาณต่างกัน จะมีปัญหาแน่ นอกจากจะให้เขา (เธอ) ยอมจำนนถวายตัวแด่องค์พระเยซูคริสต์เจ้าจริงๆ ดังนั้น ควรใช้เวลาพิจารณาดูนานๆ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-7299474162590347859?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/7299474162590347859/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=7299474162590347859&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/7299474162590347859'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/7299474162590347859'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post_7094.html' title='ความคิดแตกต่างเรื่องความรักของหญิงและชาย'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-4755716283808218401</id><published>2010-03-07T21:47:00.002+07:00</published><updated>2010-03-14T17:24:31.989+07:00</updated><title type='text'>ผลร้ายของการรักและแต่งงานกับผู้ไม่เชื่อพระเจ้า</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S5y5WFtqs0I/AAAAAAAAAFk/ggJ13QRt924/s1600-h/Grapix-H24.JPG"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 134px; height: 200px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S5y5WFtqs0I/AAAAAAAAAFk/ggJ13QRt924/s200/Grapix-H24.JPG" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5448433438353437506" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเข้าเทียมแอก&lt;br /&gt;1.คำสอนในพระวจนะของพระเจ้าเรื่องไม่ควรเข้าเทียมแอกกับคนที่ไม่เชื่อ&lt;br /&gt;1.1เราเป็นชนชาติพิเศษของพระเจ้าที่พระเจ้าเรียกออกมาจากต่างชาติ (2คร.6:17-18)&lt;br /&gt;1.2.เราเป็นปุโรหิตที่ต้องถวายเครื่องบูชาแก่พระเจ้า (1ปต.2:9)&lt;br /&gt;1.3.ข้อคิดจาก พระธรรม 2คร.6:14-17 &lt;br /&gt;พระเจ้าตรัสสั่ง (2คร.6:14) “อย่า” (คำสั่งต้องปฏิบัติ) &lt;br /&gt;ความชอบธรรมจะมีส่วนในความอธรรมไม่ได้ (2คร.6:14) &lt;br /&gt;ความสว่างจะมีส่วนในความมืดไม่ได้ (2คร.6:14) &lt;br /&gt;พระคริสต์จะมีส่วนในพระบาอัลไม่ได้ (2คร.6:15) &lt;br /&gt;ผู้เชื่อไม่มีส่วนในผู้อยู่ต่างศาสนา (2คร.6:15) &lt;br /&gt;วิหารของพระเจ้าจะมีส่วนในรูปเคารพไม่ได้ (1คร.3:16, 2คร.6:16) &lt;br /&gt;พระเจ้าซื้อเราไว้แล้ว เราไม่ได้เป็นเจ้าของตัวเราเอง เราเป็นของพระเจ้าที่ต้องรักษาความบริสุทธิ์ และวิหารของพระองค์ (1คร.6:20) &lt;br /&gt;คริสเตียนได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้ว คนที่ไม่เชื่อจะไม่มีส่วนในแผ่นดินสวรรค์ของพระเจ้า &lt;br /&gt;(1คร.6:9-11)&lt;br /&gt;พระเจ้าให้เรามีสิทธิเสรีภาพ แต่อย่าให้สิทธิเสรีภาพบำรุงเนื้อหนัง ที่จะตามใจตนในการดำเนินชีวิต (กท.5:1,13) &lt;br /&gt;หากเรายอมรับฟังผู้ใด เราก็เป็นทาสของผู้นั้น เราควรจะเชื่อฟังพระเจ้า ยอมจำนนต่อพระเจ้า เชื่อฟังพระองค์โดยไม่ให้ร่างกายของเราเกี่ยวข้องกับคนที่ไม่เชื่อ เป็นการดีที่จะอยู่เป็นโสดดีกว่า เพื่อรักษาจิต-วิญญาณของเราให้ดี (รม.6:11) &lt;br /&gt;สองฝ่ายต้องเป็นกายเดียวกัน แต่คนที่ไม่เชื่อจะเป็นกายเดียวกันกับพระคริสต์ไม่ได้ (อฟ.5:28,31) &lt;br /&gt;ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะเป็นทุกข์เพราะฝ่ายคนที่ไม่เชื่อพระเจ้าปฏิบัติต่ออีกฝ่ายหนึ่งตามควรไม่ได้ &lt;br /&gt;จะเป็นการสองฝักสองฝ่าย เพราะต้องปรนนิบัติพระเจ้าและแฟนที่ยังไม่เชื่อ พร้อมกัน &lt;br /&gt;พระคัมภีร์สอนไว้ว่า อย่าเข้าเทียมแอกกับคนที่ไม่เชื่อ เพราะจะทำให้เกิดผลเสีย ด้านความเชื่อ &lt;br /&gt;(2คร.6:14)&lt;br /&gt;ในตอนนี้ผมอยากจะเล่า ตัวอย่างของ กษัตริย์ซาโลมอน เขามีภรรยามากเป็นต่างชาติและภรรยาที่ไม่เชื่อพระเจ้าได้หันเหจิตใจของท่าน จากการเป็นผู้ที่ได้รับพร ผู้ที่รักพระเจ้ามากที่สุด แต่สุดท้ายกลับสร้างรูปเคารพขึ้นเอง และหันไปจากพระเจ้า ทำให้ลูกหลานต้องพบกับปัญหา แตกแยกเป็นสองอาณาจักร (เหนือ-ใต้) (1พกษ.11:1-13)&lt;br /&gt;อีกเรื่อง ที่อยากเล่า คือ เมื่อ พระเจ้าห้ามอิสราเอลไม่ให้แต่งงานกับคนต่างชาติ แต่เขาก็ไม่ยอมเชื่อฟังพระเจ้า ทำให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง (ฉธบ.7:3-4)&lt;br /&gt;มาดูอีกเรื่อง แม้ว่าคนติดตามพระเจ้าแต่มีรูปเคารพ อย่างภรรยาของ เพราะตอนที่ ยาโคบได้นำนางราเชลออกจากบ้านลาบันพร้อมรูปเคารพ หนีออกจากบ้านก่อให้เกิดปัญหา ยาโคบเชื่อพระเจ้า แต่ครอบครัวของภรรยา (ลาบัน) ไม่เชื่อ จึงทำให้ทะเลาะกัน (ปฐก.31:21-42) ตัวอย่าง นี้ ยิ่งชัดเจน อีกตัวอย่างหนึ่ง แซมสันไปหลงรักหญิงชาวฟิลิสเตีย เป็นเหตุให้ต้องตาบอดเพราะถูกตัดผมจนอ่อนกำลัง (วบฉ.13:1-16)&lt;br /&gt;ตัวอย่างสุดท้าย คือ อิสราเอลไปแต่งงานกับชาวอัสซีเรียกลายเป็นพวกสะมาเรีย ผลสุดท้าย เป็นศัตรูกับยูดาห์มาตลอด&lt;br /&gt;2.ผลในการปฏิบัติในการไม่เข้าเทียมแอก&lt;br /&gt;เพราะครอบครัวคริสเตียน พระเจ้าได้ให้ครอบครองมรดกร่วมกัน (1ปต.3:7) &lt;br /&gt;ลูกจะได้บริสุทธิ์ไร้มลทิน &lt;br /&gt;ช่วยส่งเสริมงานของพระเจ้าให้เจริญ &lt;br /&gt;ทำให้ผูกพันกับพระเจ้า และแสวงหพระองค์ได้ดีกว่า (1คร.7:5)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-4755716283808218401?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/4755716283808218401/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=4755716283808218401&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/4755716283808218401'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/4755716283808218401'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post_8346.html' title='ผลร้ายของการรักและแต่งงานกับผู้ไม่เชื่อพระเจ้า'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/S5y5WFtqs0I/AAAAAAAAAFk/ggJ13QRt924/s72-c/Grapix-H24.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-8276791710755255359</id><published>2010-03-07T20:14:00.000+07:00</published><updated>2010-03-07T20:18:28.751+07:00</updated><title type='text'>วิธีการอธิษฐานขอคู่ครองจากพระเจ้า</title><content type='html'>วิธีการอธิษฐานขอคู่ครองจากพระเจ้า&lt;br /&gt;การรู้จักกันและหลักการชี้แนะการเลือกคู่ครอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเลือกคู่ต้องใช้สายตาฝ่ายวิญญาณเปิดกว้างออกไป อย่าใช้อารมณ์หรือหัวใจที่ร้อนรุ่ม วาบหวาม ตื่นเต้นในการตัดสินจนขาดความยั้งสติ ไม่ใช่อารมณ์แต่ต้องตามความจริงและหลักพระวจนะรวมทั้งตามน้ำพระทัยพระเจ้า ที่ให้เราให้เป็นไปอย่างตามธรรมชาติที่จะควรเป็น การเลือกคู่นั้นเราควรใจเย็นไว้ เพราะว่าชีวิตกำลังอยู่ในช่วงการเดิมพัน&lt;br /&gt; หนุ่มสาวอาจจะพบเธอ เขา ในเซลล์, คริสตจักร, กลุ่มสามัคคีธรรม, ค่าย และหลายๆทาง เราต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นคู่ครองที่ดี และเหมาะสมกับเรา เหล่านี้ขึ้นอยู่กับการทรงนำน้ำพระทัยพระเจ้า และการเลือกโดยใช้สติปัญญา และความเหมาะสม เราจะมีหลักการขั้นพื้นฐานดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การตั้งเป้าหมายการเลือกคู่ครอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; หนุ่มสาวทุกคนควรมีเป้าหมายในการเลือกคู่ครองที่เหมาะสมกับตน เพื่อการพร้อมที่จะสนับสนุนซึ่งกันและกันให้มั่นคงและเข้มแข็งในองค์พระผู้เป็นเจ้า และในการรับใช้ของพระองค์ การดำเนินชีวิตครอบครัวที่เป็นพยานที่ดีที่สุดและมีความสุขในชีวิต เหล่านี้เป็นน้ำพระทัยพระผู้เป็นเจ้าอยู่แล้ว พระองค์ทรงต้องการให้บุตรของพระองค์พบความสุขในชีวิตครอบครัว ดังนั้น จึงควรให้พระองค์มีส่วนในการเลือกคู่ครองของท่านด้วย เพราะพระองค์ทรงสนพระทัยในชีวิตของเราทุกคนทุกแง่มุม ดังนี้ (มธ.10:30) ไม่ว่าจะเป็นด้าน&lt;br /&gt;1. ด้านการงาน (คส.3:21-4:1)&lt;br /&gt;2. ด้านจิตวิญญาณ  (คส.3:12-17)&lt;br /&gt;3. ด้านชีวิตครอบครัว  (คส.2:18-21)&lt;br /&gt;4. ด้านชีวิตส่วนตัว  (คส.4:5-6)&lt;br /&gt;โดยเฉพาะเรื่องการสมรส พระองค์ทรงสนพระทัยและมีข้อกำชับ บังคับและแสดงความสำคัญโดยนำมาเปรียบเทียบเท่ากับคริสตจักรที่พระองค์ทรงตั้งขึ้น (อฟ.5:22-23)  เพราะการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตมี 2 ครั้งคือ 1. การตัดสินใจเชื่อพระเยซู (เปลี่ยนชีวิต)  และครั้งที่ 2คือการแต่งงาน (เลิกไม่ได้)&lt;br /&gt; หนุ่มสาวควรแสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้าในการหาคู่ครองที่เหมาะสมและถูกต้อง จึงควรศึกษาจาก พระวจนะของพระเจ้าที่เป็นคำตอบและสำแดงออกชัดเจน ในกรณีที่ศิษยาภิบาล ผู้ปกครอง พ่อแม่ ของหนุ่มสาวเองควรมีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด และสิ่งสำคัญที่จะต้องเข้าใจคือ การตั้งเป้าหมายซึ่งเป็นสิ่งที่น้ำพระทัยของพระเจ้าให้มีอยู่แล้ว เพราะการเลือกคู่ครองนี้ไม่ได้ใช้อารมณ์เท่านั้น แต่ต้องใช้วิจารณญาณ และน้ำพระทัยพระเจ้าในการตัดสินใจ เป้าหมายยิ่งชัดเจนยิ่งประสบความสำเร็จในชีวิต  และเป้าหมายควรสอดคล้องกับพระคัมภีร์เพื่อเราจะเข้าใจว่ามีเพื่ออะไร  จะมีความสัมพันธ์แบบไหน ลักษณะอย่างไร จะใช้ชีวิตร่วมอย่างไร (วางแผนครอบครัว) ต่อไปนี้จะเป็นขั้นตอนที่จะแสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้าในการเลือกคู่ครอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. อธิษฐานทูลขอในการตั้งเป้าหมาย (ยน.15:7, สดด.32:8)&lt;br /&gt;เราควรจะทูลจากพระเจ้า พระองค์ได้ให้เรามีสิทธิ์ในการเลือก แต่ต้องสอดคล้องกับน้ำพระทัยพระเจ้า และเราตัดสินใจพิจารณาว่าคนที่เราเลือกนั้นจะสนับสนุนเรา ในการดำเนินชีวิตคริสเตียนที่ถวายเกียรติ์แด่พระเจ้าหรือไม่ (2คร.6:14, สดด.21:2,สภษ.31:10) เช่น เขาหรือเธอผู้นั้นรักพระเจ้า ให้พระองค์เป็นศูนย์กลางในชีวิต มีความสัตย์ซื่อ ในการติดตามพระเจ้า และการดำเนินชีวิตทั่วไป ยอมจำนนต่อพระองค์ มีเป้าหมายรับใช้พระเจ้าเหมือนกับท่าน&lt;br /&gt;2.  รอเวลาของพระองค์ (ปญจ.3:1)&lt;br /&gt;พระองค์ทรงนำในเวลาอันเหมาะสมที่จะให้พบเจอเขาหรือเธอที่พระองค์เลือกสรรค์คนของพระองค์ให้กับเรา และจะทรงนำสถานการณ์เหตุการณ์ต่างๆจะนำพาในเวลาที่เหมาะสม เช่น เมื่อเอลียาห์เซอร์พบนางเรเบคา เพื่อนำมาเป็นคู่ครองของอิสอัค ซึ่งเป็นบทเรียนแก่เราว่า อย่ารีบร้อนด่วนสรุป และกังวลเกินไป&lt;br /&gt;1. สังเกตการทรงนำของพระเจ้า  (สภษ.3:5-6, อสย.58:11)&lt;br /&gt;อย่าคิดที่จะต้องให้เป็นแบบนั้น แบบนี้ หรือ แบบที่เรากำหนดในการเลือกคู่ครอง พระเจ้าทรงทราบและรู้ดีกว่าเรา ทรงรู้ก่อนล่วงหน้าเสียอีก ว่าจะนำเราในวิธีของพระองค์ เพียงแต่เรา ควร ต้องสังเกต การทรงนำจากพระเจ้าอย่างรอบคอบ ในการทรงนำในเรื่องนี้&lt;br /&gt;2. ใช้วิธีการของพระเจ้าและสติปัญญาในการที่เราจะเลือกและทูลขอ&lt;br /&gt;ให้ยึดหลักพระคัมภีร์และต้องไม่ขัดกับความเชื่อของเรา เช่น ฝ่ายหนึ่งอยู่ในความเชื่อแบบ คาทอลิกจะแต่งกับพวกเราที่อยู่ในความเชื่อแบบเพนเทคอส ทำให้ลูกเกิดมาเลือกความเชื่อไม่ถูก จะอบรมยากมาก&lt;br /&gt;เราจะเห็นตัวอย่าง อิสอัคกับนางเรเบคาห์ว่าเป็นชนชาติเดียวกัน มีความเชื่อเหมือนกัน แต่อาหับกับนาง&lt;br /&gt;เยเซเบลหญิงต่างชาติ ทำให้เกิดปัญหามากมายในครอบครัวและประเทศชาติของอิสราเอล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ตั้งเป้าหมายว่าจะไม่แต่งกับคนไม่เชื่อพระเจ้า&lt;br /&gt;ทำไมเราต้องสอนและเน้นเรื่องการเข้าเทียมแอก ซึ่งเหตุผลต่างๆเหล่านี้จะช่วยเราให้เข้าใจ ซึ่งจะเรียนในบทต่อไป&lt;br /&gt;4. การสร้างความสัมพันธ์&lt;br /&gt;การรู้จักกันเมื่อเริ่มรู้จักหรือชอบ และการสร้างความสัมพันธ์ ให้ศึกษากันและกันให้มาก แต่ยังคงเป็นเพื่อนกันที่รู้จักกันเท่านั้น ควรทำความรู้จักอย่างระมัดระวัง ไม่ให้คำสัญญา ให้ความหวังแก่กันเกินกว่าความจริง&lt;br /&gt;*ช่วงนี้ปฏิบัติเช่นเพื่อน คบเพื่อนหลายๆคนได้&lt;br /&gt;*อย่าตื่นเต้น เกร็งเกินไป หรือชะล่าใจ&lt;br /&gt;*อย่าเห็นเป็นเรื่องสนุกเล่นๆ&lt;br /&gt;*เริ่มขอคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณและให้ช่วยดูแล แนะนำ&lt;br /&gt;*มีความสัมพันธ์อย่างระมัดระวัง&lt;br /&gt;*ไม่ให้ความหวังเกินความจริง&lt;br /&gt;*อย่าด่วนสรุปรัก&lt;br /&gt;*มองดูหลายๆจุด&lt;br /&gt;5. มองดูความเหมาะสม&lt;br /&gt;เราต้องเริ่มสังเกตและพิจารณาว่า&lt;br /&gt;• บุคลิกส่งเสริมกันหรือไม่ รูปร่างไม่ควรแตกต่างมากเกินไป&lt;br /&gt;• การศึกษาไม่ควรแตกต่างกันมากเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องการสื่อสาร&lt;br /&gt;• สติปัญญา ด้านความรู้เช่น คนหนึ่งจบปริญญาโท อีกคนจบป.3&lt;br /&gt;• หน้าที่รับผิดชอบที่มีผลต่อปัจจุบัน, อนาคต&lt;br /&gt;• อายุ ไม่แตกต่างกันมากเกินไป&lt;br /&gt;6. สถานภาพทางครอบครัว, สังคม&lt;br /&gt;• ดูความเหมาะสม, พื้นเพ, ศาสนา, วัฒนธรรม, ครอบครัว&lt;br /&gt;• ไม่ใช่ญาติสนิท&lt;br /&gt;• ไม่ใช่ชาย/หญิงที่หย่าแล้ว และคู่ครองเดิมยังมีชีวิตอยู่&lt;br /&gt;• สุขภาพร่างกายแข็งแรงพอจะมีครอบครัว&lt;br /&gt;7. ชีวิตความรับผิดชอบ&lt;br /&gt;*ฝ่ายจิตวิญญาณ&lt;br /&gt;*ความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว&lt;br /&gt;*ความเชื่อ&lt;br /&gt;*ยอมจำนนต่อพระเจ้าหรือไม่ อย่าด่วนตัดสินใจภายนอกเท่านั้น&lt;br /&gt;8. เป้าหมายชีวิต&lt;br /&gt;*การรับใช้&lt;br /&gt;*การมีชีวิตเพื่อ อยู่เพื่อใคร อะไร ซึ่งมีผลต่อการดำเนินชีวิตของคนสองคนมาก&lt;br /&gt;9. เราชอบเขา / เธอ ตรงไหน? เหตุไรฉันชอบเธอ?&lt;br /&gt;*ความสวยงาม&lt;br /&gt;*ฐานะ&lt;br /&gt;*ความสามารถ&lt;br /&gt;*ผู้ใหญ่บังคับ&lt;br /&gt;*เพื่อนๆล้อจนหลงคิดว่าจริง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-8276791710755255359?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/8276791710755255359/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=8276791710755255359&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/8276791710755255359'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/8276791710755255359'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post_1312.html' title='วิธีการอธิษฐานขอคู่ครองจากพระเจ้า'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-8555977582434274355</id><published>2010-03-07T20:06:00.000+07:00</published><updated>2010-03-07T20:07:08.159+07:00</updated><title type='text'>เมื่อไหร่ควรจะมีคนรักเหมาะสมแต่งงาน มีคนรัก?</title><content type='html'>&lt;h4&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;สิ่งสำคัญคือมนุษย์ไม่ได้มีเพียงร่างกายเท่านั้น&lt;span style=""&gt;   &lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;การแต่งงานต้องประกอบด้วยความเจริญเติบโตเต็มที่ของจิตใจ&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;,  &lt;span lang="TH"&gt;อารมณ์&lt;/span&gt;, &lt;span lang="TH"&gt;วิญญาณเท่ากับด้านร่างกายของทั้งสองฝ่าย&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/h4&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;          &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;เราจะรู้อย่างไรว่า  ชาย&lt;/span&gt;&lt;span class="GramE"&gt;-&lt;span lang="TH"&gt;หญิง  นั้นเจริญเติบโตเต็มที่&lt;/span&gt;?&lt;/span&gt; &lt;span lang="TH"&gt;ดูได้จากการควบคุมในจิตใจ  รู้สึกรับผิดชอบ และความรู้จักระมัดระวังตัว  การวางตัวเมื่ออยู่ต่อหน้าเพศตรงกันข้าม เพราะการแต่งงานไม่ใช่เรื่องของเด็ก  แต่เป็นของผู้ใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบ  และช่วงของอายุที่มีการพัฒนาด้านจิตใจและวิญญาณอย่างเต็มที่  ปกติจิตใจจะเติบโตเต็มที่เมื่ออายุได้ &lt;/span&gt;25 &lt;span lang="TH"&gt;ปี&lt;/span&gt; (&lt;span lang="TH"&gt;ระหว่าง&lt;/span&gt; 16-25 &lt;span lang="TH"&gt;ปีเป็นช่วงในการเตรียมที่จะทำงานสำคัญในชีวิต&lt;/span&gt;)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;          &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ช่วง&lt;/span&gt; 30 &lt;span lang="TH"&gt;ปี เป็นระยะที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ แท้จริงแล้ว  แม้หนุ่มสาวจะเป็นผู้ใหญ่เต็มที่เมื่ออายุ&lt;/span&gt; 25 &lt;span lang="TH"&gt;ปี แต่จิตใจ  บุคลิกภาพ และการกระทำอาจจะยังไม่เป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มที่ เพราะเขาขาดประสบการณ์  แต่เมื่ออายุ&lt;/span&gt; 30 &lt;span lang="TH"&gt;หนุ่มสาวจะได้รับประสบการณ์เต็มที่  ในการดำเนินชีวิต&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;          &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย  เชื่อว่าเวลาที่เหมาะสมของหนุ่มสาวในการแต่งงานคือ&lt;/span&gt; &lt;span style=""&gt;    &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;          &lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ชาย&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;เมื่ออายุ&lt;/span&gt; 26-28 &lt;span lang="TH"&gt;ปี เพราะพอที่จะมีความรับผิดชอบครอบครัวได้&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;          &lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;หญิง&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;เมื่ออายุ&lt;/span&gt; 22-25 &lt;span lang="TH"&gt;ปี เหมาะจะเป็นภรรยา จัดการบ้านช่อง  และช่วยเหลือสามีในการเป็นกำลังใจอย่างดี&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-8555977582434274355?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/8555977582434274355/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=8555977582434274355&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/8555977582434274355'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/8555977582434274355'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post_7381.html' title='เมื่อไหร่ควรจะมีคนรักเหมาะสมแต่งงาน มีคนรัก?'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-5306351793228096150</id><published>2010-03-07T20:01:00.000+07:00</published><updated>2010-03-07T20:06:29.282+07:00</updated><title type='text'>ระยะเวลาและอายุของการ คิดถึงเพศตรงกันข้าม</title><content type='html'>&lt;p style="text-indent: 36pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;ในการดำรงชีวิตอยู่ตั้งแต่เด็กจนเป็นผู้ใหญ่ ชีวิต ร่างกาย สรีระ  และอารมณ์ความคิดของเราเปลี่ยนแปลงตามอายุ โดยเฉพาะเกี่ยวกับอารมณ์  ความต้องการของหนุ่มสาวที่มีต่อเพศตรงข้าม ซึ่งโดยปกติแล้วยุวชนมักจะพบ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt; 3 &lt;span lang="TH"&gt;ประสบการณ์ด้วยกันที่ผู้ใหญ่ต้องดูแลและเข้าใจ&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;          &lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ช่วงที่&lt;/span&gt; 1&lt;/b&gt;  &lt;span lang="TH"&gt;อายุ&lt;/span&gt; 3-7 &lt;span lang="TH"&gt;ขวบ ไม่มีความสนใจเพศเดียวกัน  หรือเพศตรงข้าม คือสนใจเพียงแต่เล่นเท่านั้น&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;          &lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ช่วงที่&lt;/span&gt; 2&lt;/b&gt;  &lt;span lang="TH"&gt;อายุ&lt;/span&gt; 8-13 &lt;span lang="TH"&gt;ขวบ  ไม่สนใจเพศตรงข้ามแต่สนใจรุ่นพี่ที่เก่ง และจะจับกลุ่มเล่นระหว่างชาย&lt;/span&gt;-&lt;span lang="TH"&gt;หญิง&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;          &lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ช่วงที่&lt;/span&gt; 3&lt;/b&gt;  &lt;span lang="TH"&gt;อายุ&lt;/span&gt; 14 &lt;span lang="TH"&gt;ปีขึ้นไป หนุ่มสาวคิดมีเพื่อนต่างเพศ  แต่การแสดงออกขึ้นอยู่กับพื้นเพด้านนิสัย สภาพสิ่งแวดล้อม และมักจะมีรักแรกตอนนี้  เขารู้สึกว่าเจริญเติบโตเต็มที่ เป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ยังสนุกสนาน อยากเล่น  เพราะความเจริญด้านร่างกาย กามารมณ์ มาก่อน แต่ด้านอารมณ์และจิตใจยังโตไม่เต็มที่  เป็นช่วงเวลาที่ผู้ปกครองต้องดูแลเอาใจใส่ และคริสตจักรต้องสอน  แนะนำตามทางพระวจนะของพระเจ้า ให้คำปรึกษา  เพื่อเขาจะได้ดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องและบริสุทธิ์  ทั้งถวายเกียรติพระเจ้าในการที่จะแสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้า  &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;ในการเลือกคู่ครอง และวัยเหล่านี้ความรักมักจะอยู่ในลักษณะ ความหลงเสน่ห์  รักแรกพบ รักแบบโรแมนติก น้อยคู่ที่จะแต่งงานกันจริง เหตุผลเพราะทั้ง&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt; 2 &lt;span lang="TH"&gt;ฝ่ายยังมีความรับผิดชอบไม่พอและเข้าใจว่ารักแล้วก็แล้วกัน  แต่ความจริงมิใช่เท่านั้น เพราะการแต่งงานอยู่ร่วมกันนั้นหมายถึง  ด้านเศรษฐกิจที่ทั้ง&lt;/span&gt; 2 &lt;span lang="TH"&gt;ต้องวางแผนร่วมกันด้วย&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-5306351793228096150?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/5306351793228096150/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=5306351793228096150&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/5306351793228096150'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/5306351793228096150'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post_4125.html' title='ระยะเวลาและอายุของการ คิดถึงเพศตรงกันข้าม'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-3283465001121118806</id><published>2010-03-07T20:00:00.000+07:00</published><updated>2010-03-07T20:01:31.436+07:00</updated><title type='text'>การมีคู่ครอง และการเป็นโสด</title><content type='html'>&lt;p style="text-indent: -18pt; margin-left: 18pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;1.&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;      &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;ทำไมต้องมีคู่ครอง&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt; ?&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt; &lt;p style="text-indent: -36pt; margin-left: 54pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;1.1&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;              &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;เพื่อไม่ให้จิตใจมนุษย์ฟุ้งซ่าน&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;   &lt;/span&gt;(1&lt;span lang="TH"&gt;คร&lt;/span&gt;.7:8-9)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p style="text-indent: -36pt; margin-left: 54pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;1.2&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;              &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;เพื่อระงับการทดลองทางเพศ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;   &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p style="text-indent: -36pt; margin-left: 54pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;1.3&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;              &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;เพื่อจะอุปถัมภ์ค้ำชูซึ่งกันและกัน&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;   &lt;/span&gt;(&lt;span lang="TH"&gt;ปฐก&lt;/span&gt;.2:18)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p style="text-indent: -36pt; margin-left: 54pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;1.4&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;              &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;เล้าโลมจิตใจ  ซึ่งกันและกัน&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;(&lt;span lang="TH"&gt;ปฐก&lt;/span&gt;.2:23-24)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p style="text-indent: -36pt; margin-left: 54pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;1.5&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;              &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;เพื่อขยายพงศ์พันธุ์ของมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;   &lt;/span&gt;(&lt;span lang="TH"&gt;ปฐก&lt;/span&gt;.1:28)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p style="text-indent: -36pt; margin-left: 54pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;1.6&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;              &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;   &lt;/span&gt;(&lt;span lang="TH"&gt;อฟ&lt;/span&gt;.5:23-25, &lt;span lang="TH"&gt;สภษ&lt;/span&gt;.18:22  )&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p style="text-indent: -36pt; margin-left: 54pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;1.7&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;              &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;คู่ครองเป็นของประทานจากพระเจ้า&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt; 1 &lt;span lang="TH"&gt;ใน&lt;/span&gt; 3 &lt;span lang="TH"&gt;สิ่งที่สำคัญที่ทรงประทานให้แก่มนุษย์ในโลกนี้  คือ&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p style="margin-left: 18pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;          &lt;/span&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;1.&lt;span style=""&gt;   &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ภรรยา&lt;/span&gt;&lt;span style=""&gt;      &lt;/span&gt;2.&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;พระเยซูคริสต์&lt;/span&gt;&lt;span style=""&gt;     &lt;/span&gt;3.&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;คริสตจักร&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p style="text-indent: -36pt; margin-left: 54pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;1.8&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;              &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;คู่ครองเป็นภาพที่แสดงถึงความรักของพระคริสต์ต่อคริสตจักร&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;   &lt;/span&gt;(&lt;span lang="TH"&gt;อฟ&lt;/span&gt;.5:24)&lt;span lang="TH"&gt;ได้อย่างชัดเจนที่สุด&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p style="text-indent: -18pt; margin-left: 18pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;2.&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;      &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;ทำไมบางคนเป็นโสด&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt; ?&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;h2&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;พระวจนะของพระเจ้าสนับสนุนให้มีคู่ครองและสนับสนุนให้บางคนเป็นโสด  ให้โอกาสบางคนที่เลือก ดัง&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/h2&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;นั้นคนที่มีคู่ครอง คนที่เป็นโสด หรือตั้งใจเป็นโสด  ไม่ควรตำหนิหรือเปรียบเทียบซึ่งกันและกัน เพราะทุกคนได้รับของประทาน  ภาระที่เหมาะสมกับตนเองเพื่อเป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าอยู่แล้ว&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;h3&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;เหตุผลที่บางคนเป็นโสด&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/h3&gt; &lt;p style="text-indent: -18pt; margin-left: 54pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;1.&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;       &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;เป็นของประทาน&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;   &lt;/span&gt;(&lt;span lang="TH"&gt;มธ&lt;/span&gt;.19:12)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p style="text-indent: -18pt; margin-left: 54pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;2.&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;       &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;ตั้งใจมุ่งมั่นรับใช้พระเจ้าอย่างเดียว&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt; (&lt;span lang="TH"&gt;มธ&lt;/span&gt;.19:12)&lt;span lang="TH"&gt;จึงเป็นโสดเพื่อทุ่มเท&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p style="text-indent: -18pt; margin-left: 54pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;3.&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;       &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;มีปัญหาทางด้านสุขภาพร่างกายบางอย่าง จึงทำให้แต่งงานไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p style="text-indent: -18pt; margin-left: 54pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;4.&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;       &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;เพื่อเห็นแก่บิดามารดา&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt; (&lt;span lang="TH"&gt;ฐานะทางครอบครัวหรือเหตุผลบางอย่างภายในครอบครัว&lt;/span&gt;)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p style="text-indent: -18pt; margin-left: 54pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;5.&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;       &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;กลัวความยากลำบากเมื่อแต่งงาน&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p style="text-indent: -18pt; margin-left: 54pt;" class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;6.&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;       &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;มีคนรัก แต่สามารถที่จะอยู่ได้โดยไม่มีเขาคนนั้น&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt; (1&lt;span lang="TH"&gt;คร&lt;/span&gt;.7:37)  &lt;span lang="TH"&gt;และไม่เป็นทุกข์ อาลัย สามารถทำ&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;" lang="TH"&gt;ใจได้ ตัดใจได้ หักห้ามอารมณ์ได้&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-3283465001121118806?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/3283465001121118806/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=3283465001121118806&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/3283465001121118806'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/3283465001121118806'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post_07.html' title='การมีคู่ครอง และการเป็นโสด'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1148231109656858767.post-4081474581466676530</id><published>2010-03-07T19:37:00.000+07:00</published><updated>2010-03-07T19:59:12.548+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลือกคู่ครอง'/><title type='text'>การตั้งเป้าหมายในการเลือกคู่ครอง</title><content type='html'>&lt;p class="MsoBodyText"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;           ผู้ให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวคริสเตียนท่านหนึ่ง กล่าวไว้ว่า  พ่อ&lt;/span&gt;, &lt;span lang="TH"&gt;แม่ ควรจะอบรมสอนลูกตั้งแต่อายุ &lt;/span&gt;9-12&lt;span lang="TH"&gt;ขวบ ในการมีเป้าหมายการเลือกคู่ครอง  เพื่อเด็กจะได้เข้าใจและเมื่อโตขึ้นมาจะได้เลือกคู่ครองที่เหมาะสมและเมื่อถึงวันที่จะเลือกคู่ครอง  เป็นการป้องกันไม่ให้เข้าเทียมแอกกับคนที่ไม่เชื่อ ไม่เช่นนั้น เมื่อเด็กโตขึ้น  โดยเฉพาะลูกหลานคริสเตียนบางคนที่ไม่ได้รับการสอนหรืออบรมตั้งแต่เด็ก  ทำให้เกิดความสงสัยหรือเข้าใจผิด เมื่อเขาหรือเธอเริ่มสนใจเพศตรงกันข้าม  ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ตนคิดเป็นสิ่งที่ถูก หรือผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย อารมณ์  ตามอายุของเขา&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; font-size: 11pt;"&gt;&lt;span style=""&gt;          &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;การสนใจต่อเพศตรงข้ามไม่ใช่สิ่งผิด  แต่การที่เขาหรือเธอไม่มีความรู้สึกสนใจต่อเพศตรงข้ามเมื่อถึงเวลาอันควรต่างหาก  คือสิ่งที่ผิดปกติ  เพราะพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์และให้ความสำคัญของคู่ครองเท่ากับปัจจัยสี่ที่มนุษย์ต้องการ  ด้วยเหตุนี้เอง เราจำเป็นต้องมีการแนะนำให้หนุ่มสาวและบุตรหลานของเราได้รู้ว่า  พระเจ้าทรงสร้างหญิงให้เป็นคู่อุปถัมภ์ของชาย&lt;/span&gt;&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;span class="GramE"&gt;(&lt;span lang="TH"&gt;  ปฐก&lt;/span&gt;.2:18&lt;/span&gt; ) &lt;span lang="TH"&gt;เพราะไม่ควรที่ชายจะอยู่คนเดียว  การที่ชายหรือหญิงสนใจเพศตรงข้ามนั้น จึงไม่ใช่สิ่งผิด  เราจะมาเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการเลือกคู่ครอง&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1148231109656858767-4081474581466676530?l=sharewisdoms.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/feeds/4081474581466676530/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1148231109656858767&amp;postID=4081474581466676530&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/4081474581466676530'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1148231109656858767/posts/default/4081474581466676530'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sharewisdoms.blogspot.com/2010/03/blog-post.html' title='การตั้งเป้าหมายในการเลือกคู่ครอง'/><author><name>ข้อคิดเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความเหงาและบทเรียนดีๆ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11098468570329020647</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='17' src='http://1.bp.blogspot.com/_V4onY9rsx3k/TRKNj4jlrzI/AAAAAAAAAJ0/1Ul8SDCX58I/S220/LoGo%2BRMC.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
